ราคาน้ำมัน ปิดตลาดวันจันทร์ (14ธ.ค.)ขยับขึ้นเล็กน้อย 42 เซนต์ ท่ามกลางความหวังที่ว่าการที่ประเทศต่างๆเริ่มมีการฉีดวัคซีนต้านไวรัสโควิด-19 จะช่วยหนุนการฟื้นตัวของเศรษฐกิจโลก และความต้องการใช้น้ำมัน
สัญญาน้ำมันดิบเวสต์เท็กซัส ส่งมอบเดือนม.ค. ซึ่งมีการซื้อขายที่ตลาดไนเม็กซ์ เพิ่มขึ้น 42 เซนต์ ปิดที่ 46.99 ดอลลาร์/บาร์เรล ส่วนสัญญาน้ำมันดิบเบรนท์ ส่งมอบเดือนก.พ. เพิ่มขึ้น 32 เซนต์ ปิดที่ 50.29 ดอลลาร์/บาร์เรล
สำนักงานอาหารและยาสหรัฐ (เอฟดีเอ) ได้ให้การอนุมัติเป็นกรณีฉุกเฉินสำหรับวัคซีนต้านไวรัสโควิด-19 ที่บริษัทไฟเซอร์ อิงค์และไบโอเอ็นเทคพัฒนาร่วมกัน
ขณะนี้ สหรัฐ อังกฤษ บาห์เรน แคนาดา และสิงคโปร์ได้ให้การอนุมัติวัคซีนของไฟเซอร์แล้ว โดยอังกฤษได้เริ่มฉีดวัคซีนแก่ประชาชนเมื่อวันอังคารที่ผ่านมา ขณะที่แคนาดามีกำหนดฉีดวัคซีนในวันนี้
นอกจากนี้ ราคาน้ำมันยังได้แรงหนุนจากข่าวที่ว่าเรือบรรทุกน้ำมันลำหนึ่งได้เกิดระเบิดขึ้น ขณะที่กำลังถ่ายน้ำมันที่ท่าเรือเจดดาห์ในซาอุดีอาระเบีย
นักลงทุนจับตาการประชุมของคณะกรรมการร่วมระดับรัฐมนตรีของกลุ่มประเทศผู้ส่งออกน้ำมัน (โอเปก) และชาติพันธมิตร หรือโอเปกพลัส (เจเอ็มเอ็มซี) ในวันที่ 16 ธ.ค.
ทั้งนี้ เจเอ็มเอ็มซี จะตรวจสอบการปฏิบัติตามข้อตกลงปรับลดกำลังการผลิตของประเทศสมาชิก
ขณะเดียวกัน ตลาดจับตาการประชุมของกลุ่มโอเปกพลัสในวันที่ 4 ม.ค.2564 หลังจากที่มีมติปรับลดกำลังการผลิตน้ำมัน 7.2 ล้านบาร์เรล/วัน จากปัจจุบันที่ระดับ 7.7 ล้านบาร์เรล/วัน ในการประชุมเมื่อวันที่ 3 ธ.ค. โดยจะมีผลบังคับใช้ตั้งแต่เดือนม.ค.2564





