ราคาน้ำมันดิบตลาดสหรัฐ ปิดตลาดวันอังคาร(8ธ.ค.)ปรับตัวร่วงลง 16 เซนต์ เหตุนักลงทุนกังวลล็อกดาวน์กระทบอุปสงค์น้ำมันหลังจากรัฐแคลิฟอร์เนียยของสหรัฐยกระดับล็อกดาวน์ไปจนถึงคริสต์มาส ประกอบกับพบผู้ติดเชื้อโควิด-19 เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ทั้งในสหรัฐและยุโรป
สัญญาน้ำมันดิบเวสต์เท็กซัส ส่งมอบเดือนม.ค. ซึ่งมีการซื้อขายที่ตลาดไนเม็กซ์ ลดลง 16 เซนต์ ปิดที่ 45.50 ดอลลาร์/บาร์เรล ส่วนสัญญาน้ำมันดิบเบรนท์ ส่งมอบเดือนก.พ. เพิ่มขึ้น 5 เซนต์ ปิดที่ 48.84 ดอลลาร์/บาร์เรล
ราคาน้ำมันดีดตัวขึ้นในช่วงแรกขานรับการที่อังกฤษเริ่มโครงการฉีดวัคซีนต้านโควิด-19 ที่พัฒนาขึ้นโดยบริษัทไฟเซอร์และไบออนเท็คในวันนี้ แต่ราคาน้ำมันปรับตัวลงในเวลาต่อมา หลังมีรายงานว่า รัฐแคลิฟอร์เนียในสหรัฐ รวมทั้งเยอรมนีและเกาหลีใต้ได้ประกาศมาตรการล็อกดาวน์เพื่อสกัดการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19
ทั้งนี้ สหรัฐติดอันดับ 1 ของโลกทั้งจำนวนผู้ติดเชื้อไวรัสโควิด-19 และผู้เสียชีวิต โดยมีจำนวนผู้ติดเชื้อมากกว่า 15 ล้านราย และมีผู้เสียชีวิตจำนวนเกือบ 300,000 ราย
ขณะเดียวกัน นักลงทุนยังคงจับตาความคืบหน้าในการออกมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจสหรัฐ
นายสเตนี โฮเยอร์ ผู้นำเสียงข้างมากในสภาผู้แทนราษฏรสหรัฐ เปิดเผยว่า สภาผู้แทนราษฎรจะลงมติต่อร่างกฎหมายงบประมาณชั่วคราวเพื่อหลีกเลี่ยงการปิดหน่วยงานของรัฐบาล (ชัตดาวน์) เป็นเวลา 1 สัปดาห์ในวันพรุ่งนี้ และเพื่อให้เวลาแก่สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรมากขึ้นในการเจรจาข้อตกลงในการออกมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจวงเงิน 9.08 แสนล้านดอลลาร์เพื่อเยียวยาผลกระทบจากการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19
ด้านนางแนนซี เพโลซี ประธานสภาผู้แทนราษฎรสหรัฐ และนายมิตช์ แมคคอนเนลล์ ผู้นำเสียงข้างมากในวุฒิสภา แสดงความหวังว่าสภาคองเกรสจะสามารถบรรลุข้อตกลงเกี่ยวกับการออกมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจและการออกกฎหมายงบประมาณชั่วคราวได้ภายในวันที่ 11 ธ.ค.ซึ่งเป็นวันสุดท้ายก่อนที่หน่วยงานของรัฐบาลสหรัฐจะเผชิญภาวะชัตดาวน์





