วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

‘ดาวโจนส์’ปิดบวก 104 จุด

‘ดาวโจนส์’ปิดบวก 104 จุด เพราะได้แรงหนุนจากการคาดการณ์ว่าเอฟดีเอจะไฟเขียววัคซีนไฟเซอร์

ดัชนีดาวโจนส์ ปิดตลาดวันอังคาร(8ธ.ค.)ปรับตัวขึ้น 104 จุด เพราะได้รับแรงหนุนจากการคาดการณ์ที่ว่า สำนักงานอาหารและยาสหรัฐ (เอฟดีเอ) จะให้การอนุมัติวัคซีนต้านไวรัสโควิด-19 ของบริษัทไฟเซอร์ อิงค์ นอกจากนี้ ตลาดยังได้ปัจจัยบวกจากการที่อังกฤษเริ่มโครงการฉีดวัคซีนต้านโควิด-19 ที่พัฒนาขึ้นโดยบริษัทไฟเซอร์และไบออนเท็คในวันนี้

ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ เพิ่มขึ้น 104.09 จุด หรือ 0.35% ปิดที่ 30,173.88 จุด ดัชนีเอสแอนด์พี 500 เพิ่มขึ้น 10.29 จุด หรือ 0.28% ปิดที่ 3,702.25 จุด และดัชนีแนสแด็ก เพิ่มขึ้น 62.83 จุด หรือ 0.50% ปิดที่ 12,582.77 จุด

ราคาหุ้นไฟเซอร์พุ่งขึ้นมากกว่า 2% แตะระดับสูงสุดในรอบกว่า 1 ปีในวันนี้ ขณะที่หุ้นไบออนเท็คดีดตัวขึ้น 1.6%

นพ.อัลเบิร์ต เบอร์ลา ประธานเจ้าหน้าที่บริหารของบริษัทไฟเซอร์ อิงค์ กล่าวว่า เขาคาดว่าคณะกรรมการที่ปรึกษาของสำนักงานอาหารและยาสหรัฐ (เอฟดีเอ) จะให้การอนุมัติต่อวัคซีนต้านไวรัสโควิด-19 ของทางบริษัท

ทั้งนี้ คณะกรรมการดังกล่าว ซึ่งประกอบด้วยผู้เชี่ยวชาญจากภายนอก จะหารือกันในวันพฤหัสบดีนี้เกี่ยวกับการอนุมัติการฉีดวัคซีนของไฟเซอร์ให้แก่ผู้ที่มีอายุ 16 ปีขึ้นไป

“เรามีคำตอบสำหรับทุกคำถามที่พวกเขาจะถาม และผมคิดว่าพวกเขาจะลงมติเห็นชอบต่อวัคซีนของเรา เนื่องจากเรามีข้อมูลที่จะสร้างความมั่นใจได้” นพ.เบอร์ลากล่าว

เอฟดีเอ เปิดเผยในวันนี้ว่า ข้อมูลจากการทดลองวัคซีนต้านไวรัสโควิด-19 ของไฟเซอร์ไม่ได้สร้างความกังวลเกี่ยวกับความปลอดภัย

ทั้งนี้ เอกสารที่มีการเผยแพร่ในเว็บไซต์ของเอฟดีเอ ระบุว่า ข้อมูลการทดลองวัคซีนของทางบริษัทมีความสอดคล้องกับข้อเสนอของเอฟดีเอที่จะให้มีการอนุมัติวัคซีนเป็นกรณีฉุกเฉิน (อียูเอ)

“เอฟดีเอได้พิจารณาแล้ว เห็นว่า ทางบริษัทได้ให้ข้อมูลอย่างเพียงพอที่จะสร้างความมั่นใจเกี่ยวกับคุณภาพของวัคซีน และสอดคล้องกับการอนุมัติผลิตภัณฑ์ภายใต้อียูเอ” เอฟดีเอ ระบุ

เอฟดีเอ ยังเปิดเผยว่า ข้อมูลระบุว่า วัคซีนของไฟเซอร์ให้ภูมิต้านทานไวรัสโควิด-19 หลังจากที่มีการฉีดในเข็มแรก ก่อนที่จะมีการฉีดเข็มที่ 2 ในอีก 3 สัปดาห์

ทั้งนี้ เอฟดีเอมีกำหนดจัดการประชุมคณะกรรมการที่ปรึกษาในวันพฤหัสบดีนี้เพื่อพิจารณาคุณสมบัติของวัคซีนต้านโควิด-19 ของไฟเซอร์ ซึ่งหากคณะกรรมการเห็นพ้องให้การอนุมัติวัคซีนดังกล่าวเอฟดีเอก็จะประกาศการอนุมัติอย่างเป็นทางการหลังจากนั้นเพียงไม่กี่วัน

ขณะเดียวกัน นักลงทุนยังคงจับตาความคืบหน้าในการออกมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจสหรัฐ

นายสเตนี โฮเยอร์ ผู้นำเสียงข้างมากในสภาผู้แทนราษฏรสหรัฐ เปิดเผยว่า สภาผู้แทนราษฎรจะลงมติต่อร่างกฎหมายงบประมาณชั่วคราวเพื่อหลีกเลี่ยงการปิดหน่วยงานของรัฐบาล (ชัตดาวน์) เป็นเวลา 1 สัปดาห์ในวันพรุ่งนี้ และเพื่อให้เวลาแก่สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรมากขึ้นในการเจรจาข้อตกลงในการออกมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจวงเงิน 9.08 แสนล้านดอลลาร์เพื่อเยียวยาผลกระทบจากการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19

ด้านนางแนนซี เพโลซี ประธานสภาผู้แทนราษฎรสหรัฐ และนายมิตช์ แมคคอนเนลล์ ผู้นำเสียงข้างมากในวุฒิสภา แสดงความหวังว่าสภาคองเกรสจะสามารถบรรลุข้อตกลงเกี่ยวกับการออกมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจและการออกกฎหมายงบประมาณชั่วคราวได้ภายในวันที่ 11 ธ.ค.ซึ่งเป็นวันสุดท้ายก่อนที่หน่วยงานของรัฐบาลสหรัฐจะเผชิญภาวะชัตดาวน์