วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

'ไบเดน'ฟิตลุยสกัดโควิดงานแรก

โจ ไบเดน ว่าที่ประธานาธิบดีสหรัฐเดินหน้าก้าวแรกสู่ทำเนียบขาว ตั้งคณะทำงานรับมือโควิด-19 พร้อมทำงานทันทีหลังสาบานตน 20 ม.ค. ด้านจีนไม่ยอมแสดงความยินดี อ้างยังไม่ได้ผลตามกระบวนการ

หลังจากฉลองความสำเร็จและรับการแสดงความยินดีจากเหล่าผู้นำโลกเมื่อคืนวันอาทิตย์ (8 พ.ย.) ตามเวลาท้องถิ่น โจ ไบเดนและคามาลา แฮร์ริส ว่าที่ประธานาธิบดีสหรัฐและรองฯ ประกาศว่า เตรียมรับฟังการบรรยายสรุปจากทีมที่ปรึกษาด้านโควิด-19 ของรัฐบาลใหม่ในวันจันทร์ (9 พ.ย.) ที่เมืองวิลมิงตัน รัฐเดลาแวร์ หลังจากนั้นไบเดนจะปราศรัยเรื่องโควิด-19 และการฟื้นฟูเศรษฐกิจ

ส่วนการสื่อสารกับประชาชนในช่วงก่อนเปลี่ยนรัฐบาล กระทำผ่านเว็บไซต์ BuildBackBetter.com และทวิตเตอร์@Transition46

เว็บไซต์ของไบเดนให้ความสำคัญกับ 4 เรื่องคือโควิด-19 การฟื้นฟูเศรษฐกิจ ความเสมอภาคทางเชื้อชาติ และการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ

เว็บไซต์ระบุว่า คณะทำงานช่วงเปลี่ยนรัฐบาลชุดนี้กำลังประชุมเพื่อตอบสนองความท้าทายได้ตั้งแต่วันแรกที่ทำงาน ซึ่งหมายถึงวันที่ 20 ม.ค. 2564 ที่ไบเดนจะสาบานตนเป็นประธานาธิบดีคนที่ 46 ของสหรัฐ

ไบเดน ที่จะมีอายุครบ 78 ปีในวันที่ 20 พ.ย.นี้ เป็นประธานาธิบดีอายุมากที่สุด ส่วนแฮร์ริส สมาชิกวุฒิสภารัฐแคลิฟอร์เนีย วัย 56 ปี เป็นผู้หญิงคนแรก คนผิวสีคนแรก และคนเชื้อสายเอเชียใต้คนแรกที่ได้รับเลือกตั้งเป็นรองประธานาธิบดี

ในวันจันทร์ ว่าที่ประธานาธิบดีได้แต่งตั้งคณะทำงานรับมือโควิด-19 ที่คร่าชีวิตประชาชนในสหรัฐไปแล้วกว่า 237,000 คน จำนวนผู้ติดเชื้อพุ่งสูงทั่วประเทศ นอกจากนี้เขายังประกาศแผนเข้าร่วมข้อตกลงปารีสว่าด้วยโลกร้อนอีกครั้ง และจะออกคำสั่งฝ่ายบริหารตั้งแต่วันแรกที่ทำงานยกเลิกคำสั่งของประธานาธิบดีทรัมป์ ที่ห้ามคนจากประเทศมุสลิมเข้าสหรัฐ

ไบเดนให้คำมั่นว่าคณะรัฐมนตรีของเขาจะสะท้อนถึงประเทศแห่งความหลากหลายของสหรัฐ แต่น่าสังเกตว่า หากไบเดนแต่งตั้งฝ่ายหัวก้าวหน้ามากอาจมีปัญหาในการได้รับความเห็นชอบจากสภา หากพรรครีพับลิกันครองเสียงข้างมากในวุฒิสภา ซึ่งผลจะขึ้นอยู่กับการเลือกตั้งรอบสองที่รัฐจอร์เจียในเดือน ม.ค.

ส่วนประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ เมื่อวันอาทิตย์ไปตีกอล์ฟที่สนามของตนเองใกล้วอชิงตัน สนามเดียวกับเมื่อวันเสาร์ (7 พ.ย.) ตอนมีข่าวว่าไบเดนได้เสียงคณะผู้เลือกตั้งมากพอคว้าชัยชนะ

วันจันทร์ทรัมป์ไม่มีแผนออกงาน แต่รูดี กุยลิอานี ทนายความเผยว่า ทรัมป์เล็งยื่นฟ้องหลายคดีเพราะมีหลักฐานเรื่องการทุจริตเลือกตั้งจำนวนมาก

ด้านอดีตประธานาธิบดีจอร์จ ดับเบิลยู บุช แย้งว่า ผลเลือกตั้งชัดแล้ว เขาโทรศัพท์ไปแสดงความยินดีกับไบเดนและแฮร์ริสแล้วด้วย แถลงการณ์จากบุชระบุ

“ประชาชนอเมริกันสามารถมั่นใจได้ว่า การเลือกตั้งครั้งนี้ยุติธรรมโดยพื้นฐาน เราต้องเดินไปด้วยกันเพื่อครอบครัว เพื่อเพื่อนบ้าน เพื่อชาติและเพื่ออนาคตของชาติ”

ขณะที่กุยลิอานีเผยกับรายการ“Sunday Morning Futures” ทางสถานีโทรทัศน์ฟอกซ์นิวส์ว่า ทีมงานทรัมป์จะยื่นฟ้องเจ้าหน้าที่่รัฐเพนซิลเวเนียในวันจันทร์ในข้อหาละเมิดสิทธิพลเมือง จัดการเลือกตั้งไม่เป็นธรรม และละเมิดกฎหมายของรัฐ ถือเป็นการฟ้องคดีแรก ส่วนคดีที่ 2 ถ้าไม่ที่มิชิแกนก็จอร์เจีย

ซิโมน แซนเดอร์ส ที่ปรึกษาอาวุโสของไบเดน กล่าวกับรายการ“State of the Union” ทางสถานีโทรทัศน์ซีเอ็นเอ็นเมื่อวันอาทิตย์ ไม่สนใจการฟ้องร้องของทรัมป์ มองว่าเป็นยุทธศาสตร์อันเลื่อนลอย

ข้อมูลวานนี้ตามเวลาประเทศไทย ไบเดนได้คะแนนเกือบ 74.6 ล้านเสียง ทรัมป์ได้ 70.4 ล้านเสียง ได้คะแนนคณะผู้เลือกตั้ง 279 ต่อ 214 เสียง ชนะเลือกตั้งได้เป็นประธานาธิบดี นอกจากนี้เขายังนำอยู่ในรัฐแอริโซนาที่มีคะแนนคณะผู้เลือกตั้ง 11 เสียง และจอร์เจีย คะแนน 16 เสียง ถ้าชนะทั้งสองรัฐไบเดนจะมีคะแนนคณะผู้เลือกตั้งรวม 306 เสียง เท่ากับที่ทรัมป์เคยชนะฮิลลารี คลินตัน เมื่อปี 2559

ชัยชนะของไบเดน มี ส.ว.พรรครีพับลิกันเพียง 2 คนเท่านั้นที่แสดงความยินดีกับเขาได้แก่ มิตต์ รอมนีย์ และลิซา เมอร์โคว์สกี

ด้านเจมส์ ไคลเบิร์น ส.ส.รัฐเซาท์แคโรไลนา พรรคเดโมแครตกล่าวว่า พรรครีพับลิกันมีหน้าที่ช่วยเกลี้ยกล่อมทรัมป์ให้รู้ว่าถึงเวลายอมแพ้ได้แล้ว

รอมนีย์ ผู้เคยลงมติถอดถอนทรัมป์กล่าวว่า สุดท้ายแล้วประธานาธิบดีก็ต้องยอมรับอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้

“เขาน่าจะชอบที่โลกได้เห็นการจากไปอย่างสง่างาม แต่น่าจะไม่ใช่ธรรมชาติของคนๆ นี้” ส.ว.รัฐยูทาห์รายนี้กล่าวเสริม

ตรงข้ามกับท่าทีของลินด์ซีย์ แกรห์ม ส.ว.รัฐเซาท์แคโรไลนา พันธมิตรของทรัมป์ที่ว่า ประธานาธิบดีควรสู้ต่อ “เราจะทำงานกับไบเดนถ้าเขาชนะ แต่ทรัมป์ยังไม่แพ้นี่ อย่ายอมค่ะ ท่านประธานาธิบดี สู้ขาดใจ” ส.ว.แกรห์มกล่าวกับฟอกซ์นิวส์

ถึงขณะนี้คณะรัฐมนตรีของไบเดนเป็นที่จับตามองกันมาก เขาเองเคยหาเสียงว่าจะเป็นรัฐบาลที่หลากหลายเหมือนกับประเทศสหรัฐ จากการที่ไบเดนเป็น ส.ว.นาน 36 ปี และรองประธานาธิบดีอีก 8 ปี ตอนนี้ไบเดนมีโอกาสมากในการสรรหาคนจากหลายวงการทั้งเจ้าหน้าที่รัฐและผู้เชี่ยวชาญด้านนโยบายมาเป็นรัฐมนตรี

เว็บไซต์ยูเอสเอทูเดย์รายงานเมื่อวันอาทิตย์ตามเวลาท้องถิ่นว่า ทีมหาเสียงไบเดนยังไม่เปิดเผยเรื่องตำแหน่งรัฐมนตรี แต่เรื่องนี้เก็งกันมาตั้งแต่ช่วงสัปดาห์ท้ายๆ ของการหาเสียงแล้วว่าจะมีทั้งอดีตเจ้าหน้าที่ในรัฐบาลบารัก โอบามา ไปจนถึงคู่แข่งสมัยไพรมารีโหวตในพรรคเดโมแครต แม้แต่คนจากพรรครีพับลิกันก็มีสิทธิ

แฮร์ริส เคยกล่าวกับผู้สนับสนุนในงานระดมทุนเมื่อวันที่ 17 ต.ค. ว่า คณะรัฐมนตรีของไบเดนจะสะท้อนความเป็นประเทศสหรัฐ โดยผู้หญิงและคนผิวสีครองตำแหน่งสำคัญ

ไบเดนก็ย้ำแนวคิดนี้ในคอลัมน์ June 10 ของยูเอสเอทูเดย์ว่า คณะรัฐมนตรีและสถาบันหลักจะหลากหลายเหมือนสหรัฐ

ยูเอสเอทูเดย์รายงานว่า ความหลากหลายยังหมายรวมถึงพรรคด้วย สมัยประธานาธิบดีโอบามาเคยมีคนจากพรรครีพับลิกันมาร่วมวง เช่น โรเบิร์ต เกตส์และชัค ฮาเกล ในกระทรวงกลาโหม เรย์ ลาฮูด กระทรวงคมนาคม

จีนยังไม่ยินดีไบเดน

อย่างไรก็ตาม จีนยังไม่แสดงความยินดีกับไบเดน อ้างว่า ยังรอผลการนับคะแนน

นายหวัง เหวินปิน โฆษกกระทรวงการต่างประเทศจีน แถลงวานนี้ว่า เห็นไบเดนประกาศว่าตนเองชนะเลือกตั้งแล้ว “แต่ความเข้าใจของเราคือยังไม่ทราบผลตามกระบวนการและกฎหมายของสหรัฐ” จากนั้นโฆษกกระทรวงต่างประเทศจีนแสดงความหวังว่า รัฐบาลใหม่ของสหรัฐจะสามารถพบกับจีนครึ่งทาง

ทั้งนี้ จีน เป็นหนึ่งในไม่กี่ประเทศที่ยังไม่แสดงความยินดีกับไบเดน เช่นเดียวกับรัสเซียและเม็กซิโก

น้ำมัน หุ้น ค่าเงินขึ้นรับข่าวไบเดน

วานนี้ (9 พ.ย.) หุ้นโลก น้ำมัน และค่าเงินผลตอบแทนสูง ขึ้นกันถ้วนหน้ารับข่าวไบเดนชนะเลือกตั้ง แม้ทรัมป์ยังไม่ยอมแพ้และยื่นฟ้องคัดค้านหลายคดี แต่ตลาดรับรู้โดยทั่วกันแล้วว่าไบเดนคือประธานาธิบดีคนที่ 46 ของสหรัฐ

นักสังเกตการณ์เผยกับสำนักข่าวเอเอฟพีว่า จุดสนใจขณะนี้อยู่ที่นโยบายเศรษฐกิจและต่างประเทศของประธานาธิบดีคนใหม่ ที่ดูท่าแล้วน่าจะผันผวนน้อยกว่าสมัยทรัมป์

เจฟฟรีย์ ฮัลลีย์ นักวิเคราะห์จากบริษัทหลักทรัพย์โออันดา กล่าวว่าในเอเชียรับรู้กันว่า ไบเดนจะกลับมาให้ความสำคัญกับการค้าระหว่างประเทศอีกครั้ง ซึ่งนั่นเป็นผลดีต่อเอเชีย ความตึงเครียดด้านภูมิรัฐศาสตร์ในภูมิภาคนี้อาจลดลงด้วย

บรรยากาศการซื้อขายหุ้นในเอเชียวานนี้ตลาดหลักทรัพย์โตเกียวคึกคักที่สุด พุ่งขึ้นกว่า 2% ปิดที่ระดับสูงสุดในรอบ 29 ปี กรุงเทพบวกกว่า 2% เช่นกัน ส่วนตลาดฮ่องกง เซี่ยงไฮ้ ซิดนีย์ สิงคโปร์ โซล เวลลิงตัน มุมไบ และไทเป ปิดบวกกว่า 1% กันถ้วนหน้า วอลล์สตรีทฟิวเจอร์ทั้งดาวโจนส์, เอสแอนด์พี 500 และแนสแดค เปิดปรับตัวเพิ่มขึ้นกว่า 1% ทั้งสิ้น

ตลาดหุ้นยุโรปบรรยากาศเป็นไปในทิศทางเดียวกัน ตลาดหลักทรัพย์ลอนดอน ปารีส และแฟรงค์เฟิร์ต เปิดตลาดดัชนีขยับขึ้นกว่า 1%

ขณะนี้นักค้ากำลังจับตาสภาคองเกรสสหรัฐ หวังว่าจะมีมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจชุดใหม่ออกมา แม้ว่าจะไม่มากเท่าที่คาดหวังจากคองเกรสชุดที่เดโมแครตนำก็ตาม

ความหวังใหม่ส่งผลให้ราคาน้ำมันเพิ่มขึ้นกว่า 2% แต่ยังมีมาตรการล็อกดาวน์สกัดโควิดรอบใหม่ในหลายประเทศทั่วยุโรปมาคอยขัดขวาง

ด้านตลาดเงิน ดอลลาร์สหรัฐอ่อนค่าลงเมื่อเทียบกับสกุลเงินผลตอบแทนสูง เช่น วอนเกาหลีใต้ ดอลลาร์ออสเตรเลีย และรูเปี๊ยะห์อินโดนีเซีย เงินหยวนแข็งค่าสูงสุดนับตั้งแต่เดือน มิ.ย.2561 เนื่องจากความกังวลเรื่องสัมพันธ์ตึงเครียดระหว่างปักกิ่งกับวอชิงตันผ่อนคลายลง

นักวิเคราะห์กล่าวว่ามาตรการชุดใหม่สำคัญมากในการฟื้นฟูเศรษฐกิจสหรัฐจากโควิด ที่ระบาดไปทั่วประเทศอย่างรวดเร็ว จำนวนผู้ติดเชื้อทะลุหลัก 10 ล้านคนแล้ว

นักวิเคราะห์จากเอเวอร์คอร์ไอเอสไอ กล่าวว่า โควิดกลายเป็นความกังวลหลักของนักลงทุนในตลาดหุ้นแทนที่ความผันผวนของการเลือกตั้งสหรัฐแล้ว แต่หากมีข่าวดีเรื่องวัคซีนก็จะช่วยลดความกังวลเรื่องผู้ติดเชื้อและเสียชีวิตที่เพิ่มขึ้นได้