ผลประกอบการบริษัทสดใสหนุนดาวโจนส์ปิดบวก หลังจากช่วงเปิดตลาดปรับตัวร่วงลงเกือบ 400 จุด ท่ามกลางความวิตกเกี่ยวกับประสิทธิภาพของวัคซีนต้านไวรัสโควิด-19
ดัชนีดาวโจนส์ ปิดตลาดวันพุธ(20พ.ค.)พุ่งขึ้นอย่างต่อเนื่องในวันนี้ ล่าสุดทะยานกว่า 300 จุด ขานรับการเปิดเผยผลประกอบการที่แข็งแกร่งของบริษัทจดทะเบียนสหรัฐ นอกจากนี้ นักลงทุนยังจับตาการเปิดเผยรายงานการประชุมนโยบายการเงินของธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ประจำวันที่ 28-29 เม.ย. เพื่อหาสัญญาณบ่งชี้อัตราดอกเบี้ย และภาวะเศรษฐกิจสหรัฐ
ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ ปรับตัวขึ้น 369.04 จุด หรือ 1.52% ปิดที่ 24,575.9 ดัชนีเอสแอนด์พี500 เพิ่มขึ้น 48.67 จุดหรือ 1.67% ปิดที่ 2,971.61 จุดและดัชนีแนสแด็ก ปรับตัวเพิ่มขึ้น 190.67 จุดหรือ 2.08% ปิดที่ 9,375.78 จุด
อย่างไรก็ตาม ดัชนีดาวโจนส์ร่วงลงเกือบ 400 จุดเมื่อคืนนี้ ท่ามกลางความวิตกเกี่ยวกับประสิทธิภาพของวัคซีนต้านไวรัสโควิด-19
ขณะที่บริษัทโลว์ส ซึ่งเป็นบริษัทจำหน่ายสินค้าตกแต่งบ้านรายใหญ่ของสหรัฐ และเป็นคู่แข่งของบริษัทโฮม ดีโปท์ อิงค์ เปิดเผยกำไรและรายได้สูงกว่าคาดในไตรมาสแรก
ทั้งนี้ โลว์สเปิดเผยว่า บริษัทมีกำไร 1.77 ดอลลาร์/หุ้น สูงกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ที่ระดับ 1.32 ดอลลาร์/หุ้น ส่วนรายได้อยู่ที่ 1.968 หมื่นล้านดอลลาร์ สูงกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ที่ระดับ 1.832 หมื่นล้านดอลลาร์ ขณะเดียวกัน บริษัทมียอดขายเพิ่มขึ้น 11.2% สูงกว่าตัวเลขคาดการณ์ที่ระดับ 3.3%
ทาร์เก็ต ซึ่งเป็นบริษัทค้าปลีกรายใหญ่ของสหรัฐ เปิดเผยว่า บริษัทมีกำไรและรายได้สูงกว่าคาดในไตรมาสแรก
ทั้งนี้ ทาร์เก็ตระบุว่า บริษัทมีกำไรที่ระดับ 59 เซนต์/หุ้น สูงกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ที่ระดับ 40 เซนต์/หุ้น นอกจากนี้ บริษัทมีรายได้ที่ระดับ 1.962 หมื่นล้านดอลลาร์ สูงกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ที่ระดับ 1.904 หมื่นล้านดอลลาร์
ขณะเดียวกัน บริษัทมียอดขายเพิ่มขึ้น 10.8% โดยได้แรงหนุนจากยอดขายผ่านระบบออนไลน์ ซึ่งทะยานขึ้น 141%
สำนักงบประมาณแห่งสภาคองเกรสสหรัฐ (ซีบีโอ) เปิดเผยรายงานแนวโน้มเศรษฐกิจสหรัฐโดยคาดการณ์ว่า เศรษฐกิจสหรัฐจะเผชิญภาวะซบเซาจากผลกระทบจากการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19
ทั้งนี้ รายงานระบุว่า ผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (จีดีพี) ของสหรัฐในไตรมาส 2/2563 จะหดตัว 38% และจะมีคนตกงานมากขึ้น 26 ล้านคน เมื่อเทียบกับช่วงปลายปีที่แล้ว
หากเศรษฐกิจสหรัฐหดตัว 38% ในไตรมาส 2 ตามที่ซีบีโอ คาดการณ์ ก็จะเป็นภาวะทรุดตัวรุนแรงเป็นประวัติการณ์ ขณะที่เศรษฐกิจหยุดชะงักลงจากมาตรการล็อกดาวน์ของรัฐบาลเพื่อสกัดการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19
อย่างไรก็ดี ซีบีโอ ระบุว่า เศรษฐกิจจะฟื้นตัวขึ้นในช่วงครึ่งปีหลัง ขณะที่รัฐบาลผ่อนคลายมาตรการล็อกดาวน์ หลังคลายวิตกเกี่ยวกับไวรัสโควิด-19 ขณะที่การจ้างงานจะฟื้นตัวขึ้นในไตรมาส 3
สภาคองเกรสอนุมัติกฎหมายเยียวยาภาคธุรกิจและผู้ที่ได้รับผลกระทบจากการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 วงเงินราว 3 ล้านล้านดอลลาร์ และขณะนี้กำลังพิจารณาร่างกฎหมายอีกฉบับหนึ่ง ซึ่งอาจมีวงเงินมากกว่า 3 ล้านล้านดอลลาร์ ส่งผลให้ซีบีโอ คาดการณ์ว่ารัฐบาลจะประสบภาวะขาดดุลงบประมาณ 2.1 ล้านล้านดอลลาร์ในปีงบประมาณ 2563 และอีก 6 แสนล้านดอลลาร์ในปีหน้า ซึ่งเทียบเท่ากับ 11% ของจีดีพีในปีนี้ และ 3% ในปีหน้า





