ดัชนีดาวโจนส์ ปิดตลาดวันอังคาร(5พ.ค.)ปรับตัวขึ้น ขานรับการผ่อนคลายมาตรการล็อกดาวน์ของสหรัฐ รวมทั้งความคืบหน้าในการผลิตยาและวัคซีนต้านไวรัสโควิด-19 นอกจากนี้ ตลาดยังได้ปัจจัยหนุนจากการดีดตัวขึ้นของราคาน้ำมันเป็นวันที่ 5 ติดต่อกัน
ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ ปรับตัวขึ้น 133.33 จุดหรือ 0.6% ปิดที่ 23,883.09 จุด ดัชนีเอสแอนด์พี 500 เพิ่มขึ้น 0.9% ปิดที่ 2,868.44 จุดส่วนดัชนีแนสแด็กเพิ่มขึ้น 1.1% ปิดที่ 8,809.12 จุด
ทั้งนี้ หุ้นกลุ่มพลังงานดีดตัวขึ้นตามราคาน้ำมันส่วนหุ้นกลุ่มที่จะได้รับประโยชน์จากการเปิดเศรษฐกิจสหรัฐอีกครั้ง ก็ได้ปรับตัวขึ้นเช่นกัน เช่น หุ้นกลุ่มสายการบินฟื้นตัวขึ้น หลังจากดิ่งลงวานนี้ จากการที่บริษัทเบิร์คไชร์ แฮธะเวย์ของนายวอร์เรน บัฟเฟตต์ ได้เทขายหุ้นทั้งหมดที่ถืออยู่ในสายการบินขนาดใหญ่ของสหรัฐ
ด้านนายแอนดรูว์ คูโอโม ผู้ว่าการรัฐนิวยอร์ก เปิดเผยว่า รัฐนิวยอร์กจะเริ่มเปิดเศรษฐกิจอีกครั้ง หลังจากที่การแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 ผ่านจุดสูงสุดไปแล้ว โดยจะมีการเปิดเศรษฐกิจแบบค่อยเป็นค่อยไป
นอกจากนี้ รัฐอลาสกา, จอร์เจีย, เซาธ์ แคโรไลนา, เทนเนสซี และเท็กซัส ก็ได้เริ่มให้ร้านอาหารกลับมาเปิดให้บริการแก่ลูกค้า
ด้านบริษัทไฟเซอร์ อิงค์ ซึ่งเป็นบริษัทยาใหญ่ที่สุดของสหรัฐ เปิดเผยว่า บริษัทได้เริ่มทำการทดลองวัคซีนต้านไวรัสโควิด-19 ในคนในสหรัฐแล้วและคาดการณ์ว่า บริษัทจะสามารถผลิตวัคซีนหลายล้านโดสภายในปลายปีนี้
ขณะที่องค์การอนามัยโลก (ดับเบิลยูเอชโอ) เปิดเผยว่า ขณะนี้บริษัทหลายแห่งทั่วโลกกำลังทดลองวัคซีนต้านไวรัสโควิด-19 รวมแล้วกว่า 100 ตัว และมีวัคซีนอย่างน้อย 8 ตัวที่กำลังอยู่ในขั้นทดลองกับมนุษย์





