สัญญาน้ำมันดิบเวสต์เท็กซัส ปิดตลาดวันศุกร์ (1พ.ค.)ปรับตัวขึ้น ขณะที่กลุ่มโอเปกและพันธมิตรเริ่มปรับลดการผลิตเพื่อแก้ปัญหาปริมาณน้ำมันล้นตลาด ผลพวงจากการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ที่ทำให้ความต้องการใช้น้ำมันซบเซาอย่างหนัก
สัญญาน้ำมันดิบเวสต์เท็กซัส ส่งมอบเดือนมิ.ย. ซึ่งมีการซื้อขายที่ตลาดไนเม็กซ์ เพิ่มขึ้น 94 เซนต์ ปิดที่ 19.78 ดอลลาร์/บาร์เรล ส่วนสัญญาน้ำมันดิบเบรนท์ ส่งมอบเดือนก.ค. ลดลง 4 เซต์ ปิดที่ 26.44 ดอลลาร์/บาร์เรล
กลุ่มประเทศผู้ส่งออกน้ำมัน (โอเปก) และพันธมิตร เริ่มปรับลดการผลิตแล้วในวันนี้ หลังจากที่ตกลงร่วมกันได้ในเดือนเม.ย. ว่าจะลดผลผลิตน้ำมันลง 9.7 ล้านบาร์เรล/วันในเดือนพ.ค. และมิ.ย.
ขณะเดียวกัน ภาวะการซื้อขายในตลาดน้ำมันดิบสหรัฐยังคงได้แรงหนุนต่อเนื่อง หลังจากที่นอร์เวย์ซึ่งเป็นผู้ผลิตน้ำมันรายใหญ่ที่สุดของยุโรปตะวันตกเปิดเผยว่า จะปรับลดการผลิตน้ำมันลงในเดือนมิ.ย.-ธ.ค. ซึ่งจะเป็นการปรับลดการผลิตเป็นครั้งแรกในรอบ 18 ปี อันเป็นความพยายามร่วมกับประเทศผู้ผลิตอื่นๆ ที่จะช่วยหนุนราคาน้ำมัน และสกัดกั้นภาวะน้ำมันล้นตลาด
ด้านบริษัทโคโนโคฟิลลิปส์ ซึ่งเป็นบริษัทน้ำมันและก๊าซของสหรัฐเปิดเผยว่า บริษัทจะปรับลดการผลิตน้ำมันลงอย่างมากในไม่กี่สัปดาห์ข้างหน้านี้ โดยมีเป้าหมายที่จะลดการผลิตลง 35% ของผลผลิตทั้งหมดภายในเดือนมิ.ย.
ขณะที่บริษัทโนวาเทค ซึ่งเป็นผู้ผลิตก๊าซของรัสเซียเปิดเผยว่า บริษัทวางแผนที่จะลดการใช้จ่ายทุนลงในปีนี้ ซึ่งส่วนใหญ่เป็นการพัฒนาโครงการน้ำมัน
นอกจากนี้ ตลาดน้ำมันยังได้แรงหนุนจากการที่สต็อกน้ำมันดิบของสหรัฐเพิ่มขึ้นน้อยกว่าที่นักวิเคราะห์คาดไว้ โดยสำนักงานสารสนเทศด้านการพลังงานของรัฐบาลสหรัฐ (อีไอเอ) เปิดเผยว่า สต็อกน้ำมันดิบสหรัฐเพิ่มขึ้น 9 ล้านบาร์เรลในสัปดาห์ที่แล้ว โดยเป็นการเพิ่มขึ้นติดต่อกัน 14 สัปดาห์ แต่ต่ำกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ว่าอาจเพิ่มขึ้น 10.6 ล้านบาร์เรล
ตลาดยังได้ปัจจัยบวกจากการที่ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ เปิดเผยว่า รัฐบาลสหรัฐจะเปิดเผยแผนช่วยเหลือบริษัทน้ำมันสหรัฐ ซึ่งอาจรวมถึงการซื้อน้ำมันเข้าสู่คลังสำรองทางยุทธศาสตร์จำนวนหลายล้านบาร์เรล โดยบริษัทน้ำมัน 9 แห่งรวมถึงเชฟรอน คอร์ป และเอ็กซอน โมบิล คอร์ป ได้ตกลงที่จะเช่าพื้นที่เพื่อกักเก็บน้ำมันดิบ 23 ล้านบาร์เรลในคลังน้ำมันสำรองฉุกเฉินของสหรัฐ





