วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

‘จีน’ คืบหน้าทดลองวัคซีนโควิดกับมนุษย์เฟส 2

จีน เผย การทดลองวัคซีนโควิด-19 ในระยะ 2 กับมนุษย์มีความคืบหน้า เล็งขยายต่อระยะ 3  แต่ใช้เวลาพัฒนาประสิทธิภาพก่อนออกสู่ตลาด

สำนักข่าวซินหัว รายงานว่า เมื่อวันจันทร์ (20 เม.ย.) จีนยังมีความพยายามอย่างไม่หยุดยั้ง ในการต่อสู้กับโรคติดเชื้อไวรัสโคโรน่าสายพันธุ์ใหม่ (โควิด-19) ส่งผลให้มีการเริ่มทดลองทางคลินิกของวัคซีนสองชนิดเชื้อตาย 2 ตัวแล้ว

จาง  อวิ๋นเทา รองประธานบริษัทกลุ่มเทคโนโลยีชีวภาพแห่งชาติจีน (ซีเอ็นบีจี) ซึ่งเป็นบริษัทในเครือของบริษัทกลุ่มเภสัชกรรมแห่งชาติจีน หรือ ซิโนฟาร์ม (Sinopharm) และเป็นบริษัทที่พัฒนาวัคซีน 1 ใน 2 ชนิดข้างต้นกล่าวว่า ทางบริษัทได้ดำเนินการตรวจสอบสภาพร่างกายของผู้รับวัคซีนอย่างใกล้ชิด ผ่านการวิเคราะห์ทางภูมิคุ้มกันวิทยา การตรวจจับไซโตไคน์ และการตรวจสอบแอนติบอดีชนิดลบล้างฤทธิ์ (Neutralizing antibody)

การทดลองทางคลินิกซึ่งเริ่มในวันที่ 12 เม.ย. จะดำเนินการกับอาสาสมัคร 288 คนในระยะแรก และกับอาสาสมัคร 1,108 คนในระยะที่สอง ซึ่งอาสาสมัครทั้งหมดล้วนมีสุขภาพแข็งแรงและมีอายุมากกว่า 6 ปี

อาสาสมัครดังกล่าวถูกแบ่งออกเป็น 4 ประเภท ได้แก่ ผู้ที่ได้รับวัคซีนในปริมาณต่ำ กลาง สูง และ ผู้ได้รับยาหลอก

วัคซีนชนิดเชื้อตายที่ใช้ไวรัสที่ตายแล้วในการปลูกถ่ายหน่วยความจำของเซลล์ภูมิคุ้มกัน คาดว่าจะทำให้เมื่อผู้ได้รับวัคซีนถูกโจมตีด้วยไวรัสที่ยังมีชีวิตอยู่ จะเกิดปฏิกิริยาตอบสนองทางภูมิคุ้มกัน ซึ่งวัคซีนดังกล่าวมีข้อได้เปรียบ ได้แก่ กระบวนการผลิตวัคซีนที่ผ่านการพัฒนามาแล้ว มาตรฐานด้านคุณภาพที่ควบคุมได้ และช่วงการป้องกันที่หลากหลาย

158745180470

หยาง  เสี่ยวหมิง ประธานบริษัทกลุ่มเทคโนโลยีชีวภาพแห่งชาติจีนให้สัมภาษณ์กับหนังสือพิมพ์วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีจีนว่า การพัฒนาวัคซีนดังกล่าวมีกระบวนการที่ยุ่งยากหลายอย่าง

หลังจากแยกสายพันธุ์ไวรัสของโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ บรรดานักวิจัยต้องทดสอบว่า  สายพันธุ์นั้นเหมาะสมแก่การผลิตวัคซีนหรือไม่ เนื่องจากอาจมีความเป็นพิษและมีความสามารถในการสืบพันธุ์ที่แตกต่างกัน

คณะนักวิจัยได้ทำการตรวจสอบและคัดเลือกสายพันธุ์ของไวรัสที่เหมาะสมแก่การผลิตวัคซีนต้นแบบมาเก็บไว้ในธนาคารไวรัส จากนั้นได้เพาะเลี้ยงเชื้อในเซลล์วีโร (Vero) เพื่อรักษาไวรัสสายพันธุ์ที่เลือกไว้ให้ยังมีชีวิตอยู่และมีเสถียรภาพ

“กระบวนการเหล่านี้ต้องดำเนินการในห้องปฏิบัติการทางชีวภาพที่มีความปลอดภัยสูง” หยางกล่าว

ขณะเดียวกัน นักวิจัยยังได้แสวงหาวิธีการทำให้เชื้อไวรัสหมดฤทธิ์ และการทำให้บริสุทธิ์ปลอดจากสารอื่น สูตรต่างๆ และปริมาณวัคซีน อันเป็นกุญแจสำคัญสู่ความปลอดภัยและประสิทธิภาพของวัคซีนด้วย

ทีมวิจัยใช้ลิง 2 ชนิด หนู 3 ชนิด กระต่าย และหนูตะเภา เพื่อทดสอบการโจมตีของไวรัสก่อนการทดลองทางคลินิก

จากประสบการณ์ในการพัฒนาวัคซีนโรคซาร์สก่อนหน้านี้ ซิโนวัค (Sinovac) บริษัทผู้พัฒนาวัคซีน 1 ใน 2 ตัวข้างต้น ได้ร่วมมือกับสถาบันต่างๆ อย่างใกล้ชิด ซึ่งรวมถึงศูนย์ควบคุมและป้องกันโรคของจีน และสถาบันห้องปฏิบัติการวิทยาศาสตร์สัตว์ สังกัดสถาบันบัณฑิตวิทยาศาสตร์การแพทย์จีน

นับตั้งแต่การเปิดตัวโครงการวัคซีนเมื่อวันที่ 28 ม.ค. บริษัทได้ส่งนักวิจัยไปยังห้องปฏิบัติการ P3 ซึ่งเป็นห้องที่สามารถกักเก็บเชื้อไวรัสได้ในมณฑลเจ้อเจียงและกรุงปักกิ่ง เพื่อดำเนินการคัดกรองอย่างเข้มข้นและพัฒนาวิธีเตรียมวัคซีน บรรดานักวิจัยต่างทำงานแข่งกับเวลา  เพื่อเร่งศึกษาวัคซีนให้เสร็จสิ้นก่อนการทดลองทางคลินิก อิ่นเว่ยตง ซีอีโอของซิโนวัคกล่าวในงานแถลงข่าว

158745183268

หวัง  จวิ้นจือ นักวิชาการจากสถาบันบัณฑิตวิศวกรรมศาสตร์แห่งชาติจีน กล่าวว่าวัคซีนที่เข้าสู่การทดลองทางคลินิกนั้นมีความก้าวหน้าที่สำคัญ

“แม้ในยามวิกฤติเช่นนี้ จีนก็ไม่อาจลดเกณฑ์การประเมินด้านความปลอดภัยและประสิทธิภาพของวัคซีนระหว่ากระบวนการทดลองได้” หวังกล่าว

อย่างไรก็ตาม การจำหน่ายวัคซีนเหล่านี้ออกสู่ตลาดยังต้องใช้เวลาอีกนาน เนื่องจากการทดลองทางคลินิกในระยะที่สาม  อาจต้องทดลองในคนจำนวนหลายพันคนเสียก่อน  เพื่อตรวจสอบประสิทธิภาพให้มั่นใจ