“ไมค์ ปอมเปโอ” รมว.ต่างประเทศสหรัฐ กดดันจีนให้ความกระจ่าง หลังมีรายงานหลายชิ้นบ่งชี้ว่า ไวรัสโคโรน่าสายพันธุ์ใหม่ ต้นตอโรค-19 มีที่มาจากห้องปฏิบัติการทดลองทางวิทยาศาสตร์ของสถาบันไวรัสวิทยาในเมืองอู่ฮั่น กลายเป็นชนวนขัดแย้งรอบใหม่ระหว่างสหรัฐกับจีน
ไมค์ ปอมเปโอ รัฐมนตรีต่างประเทศของสหรัฐ ให้ความเห็นในรายการข่าวฟ็อกซ์ นิวส์ว่า สหรัฐทราบดีว่าไวรัสมีต้นกำเนิดที่อู่ฮั่น และทราบว่าสถาบันไวรัสวิทยาอยู่ห่างจากตลาดค้าส่งสัตว์ป่าแค่ไม่กี่กิโลเมตร ยังมีอีกมากให้เรียนรู้และรัฐบาลสหรัฐกำลังทำงานอย่างขันแข็งเพื่อหาคำตอบ และหนึ่งในวิธีที่ดีที่สุดคือจีนต้องให้ความร่วมมือด้วยการยอมให้โลกและนักวิทยาศาสตร์ของโลก ได้รู้ความจริงว่า เกิดขึ้นได้อย่างไรและไวรัสเริ่มแพร่ระบาดได้อย่างไร
ปอมเปโอ บอกด้วยว่า มีคนที่ติดเชื้อจำนวนมากที่เคลื่อนไหว มีคนจำนวนมากเดินทางไปทั่วโลก ก่อนที่พรรคคอมมิวนิสต์ของจีนจะยอมเปิดเผยว่าเกิดอะไรขึ้น ซึ่งเป็นสิ่งที่รัฐบาลประชาธิปไตยไม่ทำกัน และนั่นเป็นสาเหตุแห่งความเสี่ยงที่เกี่ยวข้องกับการขาดความโปร่งใส ที่สหรัฐต้องการคำชี้แจง
ท่าทีของรัฐมนตรีต่างประเทศสหรัฐถือเป็นท่าทีล่าสุดของฝั่งสหรัฐ หลังจากประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ระบุเมื่อวันพุธ (15 เม.ย.) ว่า สหรัฐกำลังพยายามหาข้อสรุปให้ได้ว่าไวรัสโคโรน่าสายพันธุ์ใหม่ ข้ามไปสู่มนุษย์โดยอุบัติเหตุในระหว่างการทดลองกับค้างคาวที่ห้องแล็บแห่งนี้ แต่เขาจะไม่หยิบยกเรื่องนี้ขึ้นมาพูดกับประธานาธิบดีสี จิ้นผิง ของจีน เพราะเห็นว่าจะเป็นการไม่เหมาะสม
แหล่งข่าวคนหนึ่งที่ทำงานที่ห้องแล็บและไม่อาจอดทนกับเรื่องนี้ได้อีกต่อไป เปิดเผยกับฟ็อกซ์ นิวส์ว่า หลังการระบาดถูกเปิดเผย บรรดาผู้นำจีนได้หันไปโทษ “ตลาดค้าส่งอาหารทะเลหัวหนาน” ในเมืองอู่ฮั่น ที่มีสัตว์ป่านานาชนิด รวมทั้งสัตว์ที่เพาะพันธุ์ในฟาร์ม แต่ไม่มีค้างคาว ถูกนำมาขายเพื่อการบริโภค และหายนะที่เกิดขึ้นอย่างกระทันหันกลายเป็น “การปกปิด”ที่แพงที่สุดตลอดกาลของรัฐบาล
ห้องแล็บที่อู่ฮั่น เป็นแห่งเดียวในจีน ที่มีการรักษาความปลอดภัยระดับสูงสุดคือระดับ 4 (BSL-4) และต้องสงสัยในช่วงที่เหล่านักวิทยาศาสตร์กำลังหาข้อสรุปว่าไวรัสมรณะข้ามไปสู่มนุษย์ได้อย่างไร และแม้จะมีการยืนยันว่า มีคนติดเชื้อที่ไม่ได้เกี่ยวข้องกับตลาดค้าส่งอาหารทะเล แต่ทางการจีนก็ยังคงปักหมุดที่ตลาดแห่งนี้
ด้านองค์การอนามัยโลก (WHO) ยังระบุในเว็บไซต์ถึงความเป็นได้ที่ต้นตอการระบาดมาจากตลาดค้าส่ง เพราะผู้ติดเชื้อส่วนใหญ่เป็นเจ้าของแผง ลูกจ้างในตลาด หรือไม่ก็ลูกค้า แต่นักวิทยาศาสตร์ที่วิเคราะห์หลักฐานจากพันธุกรรมบอกว่า ไวรัสอาจมาจากค้างคาว และข้ามสายพันธุ์ไปสู่มนุษย์ แต่ยังไม่มีหลักฐานที่แท้จริงว่ามันเริ่มต้นเมื่อไรและที่ไหน
ขณะที่ทำเนียบเครมลิน ออกแถลงการณ์เมื่อวันพฤหัสบดี (16 เม.ย.) ว่า ประธานาธิบดีวลาดิมีร์ ปูติน สนทนาทางโทรศัพท์กับประธานาธิบดีสี ของจีน เกี่ยวกับสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ทั่วโลก ว่ารัสเซียมีความชื่นชมต่อการดำเนินการอย่างสม่ำเสมอและมีประสิทธิภาพของจีน ซึ่งสามารถทำให้สถานการณ์โรคระบาดภายในประเทศมีเสถียรภาพ ที่หมายถึงการสามารถควบคุมสถานการณ์ได้
ผู้นำจีนและผู้นำรัสเซีย ไม่ได้กล่าวพาดพิงประเทศหนึ่งประเทศใดโดยตรง แต่ใช้คำว่าความพยายามต่อต้านและการกล่าวโทษว่า จีนล่าช้าในการแจ้งแต่เนิ่น ๆ ให้ประชาคมโลกรับทราบและเตรียมรับมือกับโรคระบาดอุบัติใหม่ คือความพยายามเชื่อมโยงการเมืองกับเรื่องสาธารณสุข
ปูตินยังกล่าวว่า ความพยายามป้ายสีให้กับรัฐบาลปักกิ่งเป็นเรื่องที่รับไม่ได้
ขณะเดียวกัน สีและปูตินเน้นย้ำถึงการที่ทั้งสองประเทศเป็นหุ้นส่วนทางยุทธศาสตร์ ในการต่อสู้กับวิกฤติโรคระบาดครั้งนี้ โดยสนับสนุนซึ่งกันและกัน ทั้งในด้านบุคลากรการแพทย์และเวชภัณฑ์ที่จำเป็น ตลอดจนประสานงานกันในอีกหลายเรื่อง เพื่อเสริมสร้างความเชื่อมั่นกันในระดับทวิภาคี ว่าจะสามารถก้าวผ่านวิกฤตครั้งนี้ไปด้วยกันได้
ก่อนหน้านี้ "จ้าว หลี่เจียน" โฆษกกระทรวงการต่างประเทศจีน เปิดเผยว่า WHO ยืนยันว่ายังไม่พบหลักฐานที่บ่งชี้ว่า เชื้อไวรัสโคโรน่าสายพันธุ์ใหม่ ซึ่งทำให้มีผู้ติดเชื้อมากกว่า 2 ล้านคนทั่วโลกขณะนี้ ถูกสร้างขึ้นในห้องปฎิบัติการหรือห้องแล็บแห่งใด





