นายกรัฐมนตรีเยอรมนี เผย แผนการคลายล็อกดาวน์แบบค่อยเป็นค่อยไป ในแต่ละภาคส่วน หลังถูกโควิด-19 จู่โจมหนัก
นิวยอร์กโพสต์ รายงานว่า นางแองเกลา แมร์เคิล นายกรัฐมนตรีเยอรมนี ได้แถลงข่าวภายหลังการหารือทางไกลร่วมกับผู้นำจากทั้ง 16 รัฐ เพื่อรับมือสถานการณ์แพร่ระบาดไวรัสโคโรน่าสายพันธุ์ใหม่ (โควิด-19) เป็นเวลานานถึง 4 ชั่วโมงในวันพุธที่ผ่านมา (15 เม.ย. 63) ซึ่งนายกฯแมร์เคิล กล่าวขอบคุณประชาชนที่ปฏิบัติตามมาตรการและช่วยให้พัฒนาการทั่วไปในประเทศดีขึ้น การแพร่ระบาดชะลอลง และหน่วยงานสาธารสุขทั่วประเทศยังสามารถบริหารจัดการได้อย่างมีประสิทธิภาพ
"ความสำเร็จที่เกิดขึ้นเป็นเพียงความสำเร็จขั้นแรก และมีความสุ่มเสี่ยงต่อสถานการณ์จะเปลี่ยนได้ หากรีบตัดสินใจใดๆ ที่รวดเร็วเกินไปและไม่รอบคอบเพียงพอ" นายกรัฐมนตรีเยอรมนีกล่าว และระบุว่า ครั้งนี้ได้หารือถึงแนวทางการดำเนินการอย่าง "ค่อยเป็นค่อยไป" โดยพิจารณาจากความจำเป็นเร่งด่วนและความเสี่ยงของการแพร่ระบาดในแต่ละสาขา
การหารือครั้ง สรุปให้ขยายเวลาออกไปอีก 20 วัน ในการดำเนินมาตรการควบคุมชายแดนทางบกระหว่างเยอรมนีกับออสเตรีย สวิตเซอร์แลนด์ ฝรั่งเศส ลักเซมเบิร์ก เดนมาร์ก ไปจนถึงวันที่ 4 พ.ค. และสำหรับผู้ที่เดินทางเข้ามาจากประเทศที่สามต้องกักกันตัวเป็นระยะเวลา 14 วันตามมาตรการที่บังคับใช้ตั้งแต่ 10 เม.ย.
อีกทั้งเห็นชอบให้ขยายเวลาการจำกัดระยะห่าง ออกไปจนถึงวันที่ 3 พ.ค. โดยประชาชนยังจำเป็นต้องจำกัดการสัญจร และรักษาระยะห่างกับบุคคลอื่นอย่างน้อย 1.5 เมตร ต่อไป และห้ามรวมกลุ่มมากกว่า 2 คนในที่สาธารณะ หากไม่ใช่คนในครอบครัวเดียวกัน นอกจากนี้ เห็นพ้องที่จะงดการจัดกิจกรรมขนาดใหญ่ งานแสดงสินค้า งานเทศกาล รวมถึงกิจกรรมทางกีฬา ไปจนถึงวันที่ 31 ส.ค. 63
ส่วนสาขาเศรษฐกิจการค้า จะเริ่มให้มีมาตรการผ่อนปรนตั้งแต่วันที่ 20 เม.ย. โดยจะอนุญาตให้ร้านค้าขนาดเล็กประเภทต่าง ๆ ขนาดไม่เกิน 800 ตรม. เปิดทำการได้แบบจำกัดจำนวนลูกค้าและการเพิ่มมาตรการป้องกันโรคอย่างเข้มงวด จากนั้นตั้งแต่วันที่ 4 พ.ค. จะอนุญาตให้ร้านค้าขนาดไม่เกิน 2,500 ตรม. รวมถึงร้านทำผม เปิดทำการได้ ส่วนในสาขาร้านอาหารและสถานบันเทิง ที่ประชุมไม่สนับสนุนให้ผ่อนปรนมาตรการในด้านดังกล่าวไปอีกระยะหนึ่ง
นายกฯแมร์เคิล กล่าวย้ำว่า ประชาชนยังจำเป็นต้องใช้หน้ากากอนามัยเมื่อเดินทางด้วยรถสาธารณะและเมื่อไปซื้อของ โดยอาจใช้เป็นหน้ากากผ้าธรรมดาที่ทำขึ้นเอง
ขณะที่ด้านการศึกษา ให้เริ่มการเรียนการสอนได้ตั้งแต่วันที่ 4 พ.ค. สำหรับชั้นเรียนที่ต้องสอบไล่จบชั้นเรียน และชั้นเรียนของเด็กโตที่จำเป็นต้องมีการสอบเป็นลำดับแรกก่อน โดยสามารถให้จัดการสอบได้ก่อนหน้านั้น อย่างในรัฐไบเอิร์น จะเริ่มตั้งแต่วันที่ 11 พ.ค. และสำหรับเด็กเล็กจนถึงชั้นเรียนที่ 4 จะยังไม่มีการเรียนการสอน ทั้งนี้ จะมีการหารือระหว่างรัฐมนตรีศึกษาธิการระหว่างรัฐเกี่ยวกับมาตรการต่าง ๆ ในโอกาสแรก
ส่วนในด้านเสรีภาพทางศาสนา ยังไม่อนุญาตให้จัดกิจกรรมการรวมกลุ่มทางศาสนา แต่จะมีการหารือระหว่างกระทรวงมหาดไทยกับผู้นำทางศาสนา ทั้งศาสนาคริสต์ ยิว และอิสลาม ในวันที่ 17 เม.ย. นี้
นอกจากนี้ จะจัดให้หารือร่วมกันเพื่อประเมินสถานการณ์ทุก 14 วัน โดยการหารือครั้งต่อไปคือวันที่ 30 เม.ย. ในประเด็นแนวทางของประเทศภายหลังวันที่ 3 พ.ค.
อย่างไรก็ตาม แต่ละรัฐจะประกาศมาตรการที่อาจแตกต่างจากแนวทางของรัฐบาลได้ ซึ่งรัฐไบเอิร์นที่มีจำนวนผู้ติดเชื้อมากที่สุด จะหารือร่วมกับในที่ประชุมคณะรัฐมนตรีต่อไป





