ขณะที่โลกวุ่นวายกับการรับมือโควิด นักวิทยาศาสตร์ต่างเร่งพัฒนาวัคซีน เพื่อผลิตให้ได้ภายใน 1-2 ปี จากเดิมที่ต้องใช้เวลาถึง 10 ปี มาดูกันว่าความพยายามในเรื่องนี้ของเหล่านักวิทยาศาสตร์ทั่วโลกมีพัฒนาการอย่างไร พอจะทำให้ผู้คนทั่วโลกมีความหวังได้แค่ไหน
องค์การอนามัยโลก (WHO) เปิดเผยเมื่อไม่กี่วันก่อนว่า ขณะนี้มีวัคซีนต้านโควิด-19 ที่กำลังอยู่ระหว่างการพัฒนาทั่วโลกแล้วถึง 70 รายการ ในจำนวนนี้มีการทดลองในมนุษย์แล้ว 3 รายการ
ขณะที่บริษัทยายักษ์ใหญ่ของโลกอย่างจอห์นสัน แอนด์ จอห์นสัน (เจแอนด์เจ) ประกาศตั้งเป้าที่จะผลิตวัคซีนต้านเชื้อโควิด-19 จำนวน 600-900 ล้านโดส ภายในสิ้นไตรมาสแรกของปีหน้า หากการทดลองในมนุษย์สามารถเริ่มต้นได้ในเดือน ก.ย.ตามแผนที่วางไว้ และเจแอนด์เจ ยังมีแผนที่จะผลิตวัคซีนต้านเชื้อโควิด-19 จำนวน 1,000 ล้านโดส หรือมากกว่านั้นในแต่ละปี
ทั้งนี้ เจแอนด์เอ เตรียมลงทุนเป็นจำนวนเงินมากกว่า 1 พันล้านดอลลาร์ร่วมกับสำนักงานพัฒนาและวิจัยยาชีวภาพขั้นก้าวหน้าของสหรัฐ (BARDA) ซึ่งขึ้นกับกระทรวงสาธารณสุขสหรัฐ ในการร่วมกันวิจัยวัคซีนดังกล่าว
นอกจากนี้ ยักษ์ใหญ่ในอุตสาหกรรมเวชภัณฑ์โลกอย่างแกล็กโซสมิทไคล์น (จีเอสเค) ของอังกฤษ และบริษัทซาโนฟี เอสเอ ก็ประกาศร่วมกันพัฒนาวัคซีนเพื่อต่อสู้กับโรคโควิด-19 ซึ่งกำลังแพร่ระบาดอย่างรวดเร็ว โดย “เอ็มมา วอลม์สลีย์” ซีอีโอของจีเอสเค เปิดเผยว่า การประกาศความร่วมมือครั้งใหม่ของบริษัทกับซาโนฟี ถือเป็นการร่วมมือกันอย่างที่ไม่เคยมีมาก่อนระหว่างสองบริษัทที่เป็นคู่แข่งในวงการเวชภัณฑ์
จีเอสเคและซาโนฟี คาดว่าจะเริ่มการทดลองทางคลินิกสำหรับวัคซีนดังกล่าวในช่วงครึ่งหลังของปีนี้ และหากการทดลองประสบความสำเร็จ จะวางจำหน่ายวัคซีนดังกล่าวได้ในช่วงครึ่งหลังของปีหน้า
นอกจากนี้ จีเอสเคและซาโนฟี ยังหยุดการทดลองทางคลินิกสำหรับยารักษาโรคอื่นๆ เพื่อที่จะมุ่งเน้นไปที่การทดลองยารักษาโรคโควิด-19 หลังจากทั้งสองบริษัทได้ทำข้อตกลงการถ่ายโอนทรัพยากรระหว่างกันแล้ว เพื่อให้ทั้งสองบริษัทสามารถเริ่มการทำงานร่วมกันได้ในทันที
ส่วนความคืบหน้าในการทดลองวัคซีนกับคนนั้น สหรัฐ เริ่มทดสอบวัคซีนต้านโรคโควิด-19 กับคนเป็นครั้งแรกเมื่อวันจันทร์ (16 มี.ค.) โดยเริ่มจากผู้ป่วย 45 คนแรก ทั้งชายและหญิง อายุระหว่าง 18-55 ปี
นายแพทย์แอนโทนี ฟอซี ผู้อำนวยการสถาบันภูมิแพ้และโรคติดต่อแห่งชาติสหรัฐ กล่าวว่า การทดสอบวัคซีนต้านโรคโควิด-19 กับคนเป็นครั้งแรกได้เริ่มขึ้นในวันจันทร์ ตามเวลาท้องถิ่นท้องถิ่น
“การหาวัคซีนที่มีความปลอดภัยและมีประสิทธิภาพในการป้องกันโรคโควิด-19 ถือเป็นภารกิจที่มีความสำคัญเร่งด่วนต่อความปลอดภัยด้านสุขภาพของประชาชน โดยการศึกษาในเฟสแรกนี้ ถือเป็นขั้นตอนสำคัญไปสู่การบรรลุเป้าหมายดังกล่าว” นายแพทย์ฟอซี กล่าว
ทั้งนี้ สถาบันสุขภาพแห่งชาติสหรัฐทำงานร่วมกับบริษัทโมเดอร์นา ซึ่งเป็นบริษัทในธุรกิจไบโอเทค เพื่อพัฒนาวัคซีนต้านโรคโควิด-19 โดยการทดลองมีขึ้นในรัฐวอชิงตัน ซึ่งมีการแพร่ระบาดของโรคนี้อย่างรุนแรง
การทดลองในระยะแรกจะมีขึ้นกับผู้ป่วยโควิด-19 ที่เป็นชาย และผู้ติดเชื้อที่เป็นหญิงที่อยู่ในวัย 18-55 ปี และไม่ได้ตั้งครรภ์ จำนวนรวม 45 ราย
การเคลื่อนไหวครั้งนี้ของรัฐบาลสหรัฐ มีขึ้นหลังจากสื่อของเยอรมนี รายงานโดยอ้างแหล่งข่าวไม่เปิดเผยชื่อว่า รัฐบาลสหรัฐเสนอเงินจำนวนมากให้กับบริษัททางการแพทย์ของเยอรมนีเพื่อขอเข้าถึงวัคซีนโควิด -19 เป็นการเฉพาะ
ทั้งนี้ ประธานาธิบดีทรัมป์ เสนอเงินจำนวนมหาศาลให้กับบริษัทเคียววัค ซึ่งเป็นบริษัทยาชีวภาพในเมืองทือบิงเงน เพื่อที่จะขอให้สหรัฐเข้าถึงวัคซีนโควิด-19 ได้เพียงประเทศเดียว และแหล่งข่าวซึ่งไม่เปิดเผยชื่อระบุด้วยว่า ทรัมป์กำลังทำทุกวิถีทางเพื่อที่จะยึดเอาวัคซีนป้องกันไวรัสโคโรนามาใช้ในสหรัฐ โดยมีเงื่อนไขว่า ใช้สำหรับสหรัฐประเทศเดียว
ขณะที่หนังสือเรื่อง “BEATING COVID-19 เอาชนะโรคร้ายด้วยความเข้าใจ” ของ ดร.ศุภวุฒิ สายเชื้อ นักเศรษฐศาสตร์ระดับแถวหน้าของประเทศ ซึ่งปัจจุบันเป็นที่ปรึกษากลุ่มธุรกิจการเงินเกียรตินาคินภัทร ระบุว่า ปัจจุุบันมีความพยายามพัฒนายาต้านโควิด-19 อยู่ทั้งสิ้น 60 ตำรับ ในจำนวนนี้มี 4 ตำรับยาบำบัดที่น่าติดตามความคืบหน้า และมีบริษัทต่างๆ ที่กำลังค้นคว้าทดลองวัคซีน ซึ่งเฉพาะในส่วนของวัคซีนนั้น หากทำสำเร็จและนำมาใช้ป้องกันโควิด-19 ได้อย่างเร็วที่สุดคือต้นปี 2564 หรือนานกว่านั้น
ขณะที่วัคซีน ซึ่งต้องรอปีหน้านั้น ล่าสุด WHO เผยรายชื่อผู้ผลิตวัคซีนอย่างเป็นทางการว่ามี 70 บริษัทที่กำลังพัฒนาวัคซีน แต่มี 3 บริษัทที่อยู่ระหว่างการทดสอบในมนุษย์ระยะที่ 1 ได้แก่ 1.บริษัทโมเดอร์นา สัญชาติสหรัฐ 2.บริษัทแคนสิโน ไบโอโลจิคัล สัญชาติจีน และ 3.บริษัทอิโนวิโอ สัญชาติสหรัฐ
ส่วนฟูจิฟิล์ม บอกว่า บริษัทกำลังเร่งเพิ่มการผลิตยา Avigan ซึ่งอยู่ระหว่างการทดสอบเพื่อใช้เป็นยารักษาโรคโควิด-19 โดยตั้งเป้าที่จะผลิตยาตัวนี้สำหรับรักษาผู้ป่วยให้ได้สูงสุดถึง 300,000 คนต่อเดือนภายในเดือนก.ย.นี้
ฟูจิฟิล์ม ตั้งเป้าระยะแรกไว้ว่า จะผลิตยา Avigan ให้พอสำหรับการรักษาผู้ป่วยมากถึง 100,000 คนต่อเดือน ภายในเดือน ก.ค. หรือเพิ่มขึ้น 2.5 เท่าจากที่ผลิตได้ในช่วงต้นเดือน มี.ค. ก่อนเข้าสู่เป้าหมายถัดไปในการผลิตให้เพียงพอต่อการรักษาผู้ป่วย 300,000 คนต่อเดือน
รัฐบาลญี่ปุ่นขอร้องให้บริษัทฟูจิฟิล์ม เพิ่มการผลิตยา Avigan เพื่อรับมือกับการแพร่ระบาดของไวรัส โดยมีจุดมุ่งหมายที่จะเพิ่มจำนวนยา Avigan ในคลังยาของประเทศให้มากขึ้นอีก 2 เท่า เพื่อให้เพียงพอต่อการรักษาผู้ป่วยจำนวน 2 ล้านคน





