วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

'Social Distancing' ฝันร้ายของอินเดียยุค 'COVID-19'

เพราะสังคมอินเดียล้วนเต็มไปด้วยผู้คนรวมตัวกันจำนวนมาก การประกาศล็อกดาวน์ประเทศเพื่อรับมือกับการแพร่ระบาดของ "ไวรัสโคโรน่า" จึงไม่ต่างกับฝันร้ายสุดๆ ของชาวอินเดีย!!

คนที่เคยไปอินเดียย่อมรู้ซึ้งดีว่าสังคมอินเดีย ไม่ใช่สังคมที่เว้นระยะห่างทางสังคม หากแต่เป็นสังคมที่มีผู้คนรวมตัวกันจำนวนมาก ไม่ว่าจะย่างกรายไปแห่งหนตำบลใด มีแต่ผู้คนเต็มท้องถนน เพราะฉะนั้น การประกาศล็อกดาวน์ประเทศเพื่อรับมือกับการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโคโรน่า สายพันธุ์ใหม่ ต้นตอโรคโควิด-19 พร้อมทั้งใช้มาตรการป้องกันต่างๆ รวมทั้ง การเว้นระยะทางสังคม จึงไม่ต่างกับฝันร้ายสุดๆ ของชาวอินเดียและการโดดเดี่ยวตัวเอง ที่ครอบคลุมถึงการทำงานที่บ้านก็ดูจะเป็นตลกร้ายของแดนโรตีเช่นกัน

ล่าสุด นายกรัฐมนตรีนเรนทรา โมดี ของอินเดีย ประกาศขยายระยะเวลาปิดเมืองทั่วประเทศ ไปจนถึงวันที่ 3 พ.ค.นี้ ด้วยความหวังว่าจะคุมโรคโควิด-19 ให้อยู่หมัด โดยอินเดีย ประกาศปิดเมืองตั้งแต่วันที่ 25 มี.ค. และจะสิ้นสุดในเวลาเที่ยงคืนของวันอังคาร (14 เม.ย.) ตามกำหนดเดิม

นายกรัฐมนตรีอินเดีย บอกว่า การตัดสินใจขยายระยะเวลาปิดเมืองไปจนถึงวันที่ 3 พ.ค. เกิดขึ้นหลังจากได้รับข้อเสนอจากหลายชุมชนในประเทศ การผ่อนปรนมาตรการปิดเมืองในบางพื้นที่จะมีผลตั้งแต่วันที่ 20 เม.ย. ในพื้นที่ที่ปลอดภัยจากโรคโควิด-19 และประชาชนปฏิบัติตามข้อบังคับการปิดเมืองอย่างเคร่งครัด แต่ข้อจำกัดจะถูกพิจารณาใหม่หากเชื้อไวรัสแพร่กระจายในพื้นที่เหล่านั้นอีกครั้ง

“เราจะออกแนวปฏิบัติเกี่ยวกับการผ่อนปรนข้อจำกัดโดยละเอียดในวันที่ 15 เม.ย.ตามเวลาท้องถิ่น ขณะที่กำลังประเมินแนวปฏิบัตินั้น อินเดียยังได้ช่วยดูแลผู้มีฐานะยากจนและผู้รับค่าแรงรายวัน รวมทั้งช่วยเหลือเกษตรกรในฤดูเก็บเกี่ยวที่กำลังจะมาถึงด้วย” นายกฯอินเดีย กล่าว

ข้อมูลล่าสุดของรัฐบาลอินเดีย ระบุว่า  มีผู้ติดเชื้อไวรัสโคโรน่า สายพันธุ์ใหม่ในประเทศนี้จำนวนกว่า 10,000 คน เสียชีวิต 339 คน ซึ่งตัวเลขนี้ แม้จะดูไม่มากเมื่อเทียบกับหลายประเทศในโลกตะวันตก อย่าง สหรัฐ  อิตาลี และสเปน แต่ผู้เชี่ยวชาญด้านสาธารณสุขวิตกกังวลว่า จำนวนที่น้อยเมื่อเทียบกับขนาดของประชากรอินเดีย อาจเป็นเพราะเพิ่งมีการตรวจเชื้อน้อยราย และตัวเลขผู้ติดเชื้อจริงๆ อาจจะสูงกว่านี้มาก

ขณะนี้ รัฐบาลท้องถิ่นหลายรัฐ เช่น รัฐมหาราษฏระ ซึ่งเป็นที่ตั้งของนครมุมไบ และมีผู้ติดเชื้อมากที่สุดในประเทศ รัฐทมิฬนาฑู และรัฐโอริสสา ต่างประกาศขยายเวลาการล็อกดาวน์ในรัฐของตนแล้วก่อนหน้านี้

มาตรการล็อกดาวน์ของอินเดียที่เริ่มบังคับใช้เมื่อวันที่ 25 มี.ค. ส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจของอินเดียอย่างหนัก โดยเฉพาะคนยากจน มีแรงงานรับจ้างรายวันตกงานหลายล้านคน แรงงานต่างถิ่นจำนวนมากไม่มีเงินยังชีพและจำเป็นต้องเดินทางกลับบ้านเกิดในชนบท และเนื่องจากการล็อกดาวน์ทำให้ระบบขนส่งมวลชนหยุดบริการ 

ผู้คนหลายแสนคนต้องเดินเท้าระยะทางหลายร้อยกิโลเมตรกลับบ้าน บางคนเสียชีวิตระหว่างทาง บางคนถึงที่หมายแต่ถูกชาวบ้านในพื้นที่ตั้งข้อรังเกียจ ทั้งยังมีคลิปวิดีโอหลายชิ้นที่เผยแพร่ทางสื่อโซเชียลเผยให้เห็นว่ากลุ่มแรงงานต่างถิ่นถูกฉีดสารเคมีชำระล้างด้วยความรังเกียจ

อย่างไรก็ตาม การตัดสินใจขยายเวลาล็อกดาวน์ของอินเดียมีขึ้นในช่วงที่หลายประเทศทั่วโลกกำลังถกเถียงกันว่าจะยกเลิกมาตรการควบคุมอย่างไร โดยต้องมั่นใจว่าจะไม่เกิดการแพร่ระบาดในประเทศรอบใหม่ อย่างปากีสถาน เพื่อนบ้านของอินเดีย ซึ่งมีผู้ติดเชื้อมากกว่า 5,700 คน และเสียชีวิต 96 คน รัฐบาลกำลังตัดสินใจว่าจะขยายการล็อกดาวน์ที่จะสิ้นสุดวันที่ 15 เม.ย.ตามเวลาท้องถิ่นออกไปอีกหรือไม่

ขณะที่ นพ.ทีโดรส อัดฮานอม กีบรีเยซุส ผู้อำนวยการใหญ่ขององค์การอนามัยโลก (ดับบลิวเอชโอ) เตือนว่า การแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 จะมีอัตราเร่งที่รวดเร็ว แต่เมื่ออยู่ในช่วงปรับตัวลงจะดำเนินไปอย่างล่าช้า พร้อมทั้งเตือนว่า การผ่อนคลายมาตรการล็อกดาวน์ของประเทศต่างๆ ควรจะดำเนินไปอย่างค่อยเป็นค่อยไป และไม่ควรเกิดขึ้นพร้อมกันทีเดียว

หลายประเทศในยุโรปกำลังเตรียมผ่อนคลายมาตรการล็อกดาวน์ หลังจากที่เห็นว่าจำนวนผู้ติดเชื้อโควิด-19 ชะลอตัวลง โดยออสเตรีย เตรียมผ่อนคลายมาตรการห้ามประชาชนเดินทางออกนอกประเทศ และเตรียมเปิดร้านค้าและภาคธุรกิจในกลางเดือนนี้ ขณะที่สวิตเซอร์แลนด์ เตรียมประกาศมาตรการผ่อนคลายในช่วงสิ้นเดือนนี้

การที่อินเดียขยายมาตรการปิดประเทศออกไป ก็หมายความว่าประชากรอินเดียกว่า 1,387 ล้านคนต้องปฏิบัติตนอย่างเคร่งครัด เพื่อลดความเสี่ยงที่จะติดเชื้อไวรัสโคโรน่าสายพันธุ์ใหม่ หลังจากอินเดียพบผู้ติดเชื้อโรคโควิด-19 รายแรกเมื่อวันที่ 30 ม.ค. ในช่วงระยะเวลาแรกๆ พบผู้ติดเชื้อไม่มากนัก ต่อมาเริ่มมีผู้ติดเชื้อโรคโควิด-19 มากขึ้นเรื่อยๆ

อย่างไรก็ตาม แหล่งข่าวรัฐบาลอินเดีย เผยว่า อินเดียเตรียมฟื้นการผลิตบางส่วนหลังวันที่ 15 เม.ย. เพื่อชดเชยความสูญเสียทางเศรษฐกิจที่เกิดจากการปิดเมืองทั่วประเทศเพราะโรคโควิด-19

แหล่งข่าว ระบุว่า นายกรัฐมนตรีโมดี ได้สั่งการรัฐมนตรีบางคนให้เสนอแผนการเปิดอุตสาหกรรมสำคัญบางอย่างเพราะคนยากจนได้รับผลกระทบในการดำเนินชีวิต ซึ่งเชื่อว่าอุตสาหกรรมบางประเภท จะได้รับอนุญาตให้เปิดตราบใดที่ยังมีการรักษาระยะห่างทางสังคมอย่างเคร่งครัด ทั้งยังคาดว่า สำนักนายกรัฐมนตรีและกระทรวงมหาดไทยอินเดีย จะตัดสินใจภายในสัปดาห์นี้ 

หลังจากนั้นกระทรวงอื่นๆ จะเสนอแผนการเปิดธุรกิจอื่นๆ เป็นบางส่วนต่อไป โดยกระทรวงอุตสาหกรรมของอินเดีย ได้เสนอแนะไปยังกระทรวงมหาดไทย ให้ฟื้นอุตสาหกรรมยานยนต์ สิ่งทอ กลาโหม เครื่องใช้ไฟฟ้า และภาคอื่นๆ ด้วยการลดจำนวนกะการทำงานและลดจำนวนพนักงานเพื่อรักษาระยะห่างทางสังคม