วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

นักวิทย์ จอห์น ฮอปกินส์ ชี้ ไวรัสโคโรนา 2019 ไม่ได้กลายพันธุ์อย่างรวดเร็ว

นักวิทยาศาสตร์ จอห์น ฮอปกินส์ ชี้ ไวรัสโคโรนา 2019 ไม่ได้กลายพันธุ์อย่างรวดเร็ว นับเป็นสิ่งบ่งชี้ว่า การพัฒนาวัคซีนอาจช่วยป้องกันโรคระยะยาวได้

กลุ่มนักวิทยาศาสตร์ที่ห้องแล็ปฟิสิกส์ประยุกต์ของมหาวิทยาลัยทางการแพทย์ชื่อดังของอเมริกา จอห์น ฮอปกินส์ ได้เปิดเผยเรื่องนี้กับหนังสือพิมพ์วอชิงตันโพสต์ว่า นักวิทยาศาสตร์ที่นั่นกำลังศึกษาตัวอย่างของไวรัสกว่าหนึ่งพันตัวอย่างในขณะนี้ และพบว่า ไวรัสโคโรนา 2019 ที่กำลังแพร่ระบาดไปทั่วโลกอยู่ในเวลานี้ ไม่ได้มีการกลายพันธุ์อย่างมีนัยะสำคัญอย่างที่กังวลกันแต่อย่างใด

โดยหนึ่งในนักพันธุกรรมระดับชีวะโมเลกุลของห้องแล็ป  ปีเตอร์ เธียเลน กล่าวว่า จากสภาพที่ค่อนข้างคงที่ของยีนส์ของไวรัส บ่งชี้ว่า ไวรัสโคโรนาไม่น่าจะแสดงว่ามันจะอันตรายน้อยหรือมากไปกว่าที่กำลังระบาดในเวลานี้ ซึ่งจุดนี้เอง ทำให้นักวิทยาศาสตร์ใจชื้นขึ้นมาได้บ้างว่า จะสามารถพัฒนาวัคซีนรักษาโรคในระยะยาวได้

โดยกลไกทางธรรมชาติ ไวรัสมีพัฒนาการของมันก็จริงโดยการกลายพันธุ์เมื่อมีการก๊อปปี้ตัวเองในเซลล์ของตัวกลาง แต่อย่างไรก็ตาม การกลายพันธุ์ดังกล่าวจะมีความแข็งขืนต่อการคัดเลือกสายพันธุ์ตามกฏของธรรมชาติในระดับหนึ่ง ซึ่งไวรัสโคโรนา 2019 เป็นตัวที่แสดงให้เห็นกฏธรรมชาตินี้ได้เป็นอย่างดี และจุดนี้เองคือจุดที่เป็นการลดทอนอัตราการกลายพันธุ์และความเออเรอร์ของกระบวนการ

ด้วยเหตุดังกล่าว ไวรัสโคโรนา 2019 จึงยังเหมือนกันแทบทุกที่ และยังไม่ปรากฎหลักฐานว่าบางตัวอันตรายกว่าตัวอื่น นักวิทยาศาสตร์กล่าว

ไวรัสโคโรนา 2019 ตัวนี้ หรือ SARS-CoV-2 ที่ทำให้เกิดโรคระบาดติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2029 ไปทั่วโลกเวลานี้ มีลักษณะทางพันธุกรรมคล้ายโคโรนาไวรัสตัวอื่นๆที่พบในค้างคาว มันกระโดดข้ามจากค้างคาวสู่มนุษย์ที่อู่ฮั่นในจีนเมื่อปลายปีที่แล้ว ซึ่งเป็นไปได้ที่จะผ่านสัตว์ตัวกลางก่อน ซึ่งน่าจะเป็นตัวลิ่น ซึ่งเป็นสัตว์ที่ถูกลักลอบค้าอย่างมากทั่วโลก โดยเฉพาะเพื่อเอาเกล็ดของมันมาทำยา

อย่างไรก็ตาม เมื่อเทียบกับตัวแรกๆที่พบที่อู่ฮั่นแล้ว จะพบรหัสทางพันธุกรรมในตัวไวรัสที่พบในอเมริกาในเวลานี้ที่ต่างออกไปเพียง 4-10 จุดเท่านั้น ปีเตอร์กล่าว

“ถ้าดูแล้ว ถือว่ายังเป็นการกลายพันธุ์เพียงเล็กน้อยเมื่อแพร่ไปในหมู่คนจำนวนมากขนาดนี้ มาถึงจุดนี้ เมื่อดูจากอัตราการกลายพันธุ์ดังกล่าวแล้ว อาจกล่าวได้ว่า เราอาจพัฒนาวัคซีนแค่ตัวเดียว มากกว่าที่จะต้องพัฒนาวัคซีนใหม่ทุกๆปี เหมือนวัคซีนไข้หวัด” ปีเตอร์กล่าว

“น่าจะแนวเดียวกับวัคซีนโรคอีสุกอีใสหรือโรคหัด ซึ่งการป้องกันโรคแบบครั้งเดียวนานๆ มากกว่า ผมหวังอย่างนั้น และนั่นจะเป็นข่าวที่ดีมากๆ” ปีเตอร์กล่าว

ในเวลานี้ วัคซีนป้องกันไวรัสโคโรนา 2019 กำลังได้รับการพัฒนาในหลายๆที่ แต่นักวิทยาศาสตร์คาดว่า คงต้องใช้เวลาอย่างน้อยเป็นปีหรือปีครึ่งกว่าที่จะมีวัคซีนใช้ได้จริง

นักไวรัสวิทยาอีกสองท่านจากมหาวิทยาลัยไอโอว่า และมหาวิทยาลัยเท็กซัส A&M สแตนเล่ย์ เพริ์ลแมน และ เบนจามิน นิวแมน ซึ่งเป็นหนึ่งในคณะทำงานที่พิจารณาตั้งชื่อไวรัสตัวนี้ ได้บอกกับโพสต์ว่า ตัวไวรัสดูค่อนข้างคงเส้นคงวาอยู่

“ตัวไวรัสยังไม่ได้กลายพันธุ์ไปมากมาย แต่มันก็ยังเป็นตัวร้ายสำหรับทุกคนในเวลานี้ ถ้ามันยังอยู่อีกซักปี เราอาจเร่ิมได้เห็นความหลากหลายของมัน” สแตนเล่ย์กล่าว

มีความเป็นไปได้ที่การกลายพันธุ์เล็กๆของไวรัสสามารถส่งผลมหาศาลในการก่อโรคของไวรัสโคโรนา 2019 ซึ่งก็เป็นลักษณะทั่วๆไปเหมือนไวรัสตัวอื่นๆ แต่ ณ เวลานี้ ยังไม่มีสัญญาณว่าสิ่งนั้นเกิดขึ้นกับโคโรนาไวรัส 2019 นักวิทยาศาสตร์เหล่านี้ต่างกล่าว

ตัวอย่างเช่น อัตราการตายในประเทศอิตาลี มีความเป็นไปได้ที่จะเกิดจากปัจจัยแวดล้อมอื่นๆด้วย อาทิ ประชากรที่สูงวัย จำนวนคนไข้ที่ล้นโรงพยาบาล การขาดแคลนเครื่องช่วยหายใจ มากกว่าจะเป็นเพราะตัวไวรัส พวกเขากล่าว

“จนถึงเวลานี้ เรายังไม่มีหลักฐานที่จะเชื่อมโยงสายพันธุ์ของไวรัสใดๆโดยเฉพาะกับความรุนแรงของโรค ณ เวลานี้ ความรุนแรงของโรคน่าจะเกิดจากปัจจัยอื่นมากกว่า

ก่อนหน้านี้ มีทีมนักวิทยาศาตร์กลุ่มหนึ่งออกมากล่าวว่า อาจมีไวรัสที่มีสายพันธุ์ต่างกันขึ้นมาแล้ว และสร้างความรุนแรงต่อโรคในระดับที่ต่างกัน แต่ข้อเสนอนี้ยังไม่เป็นที่ยอมรับของวงการวิทยาศาสตร์ในวงกว้าง

ภาพดิจิตอลตัวไวรัส/ US CDC