ตลาดหุ้นนิวยอร์ก ปิดตลาดวันพฤหัสบดี (12 มี.ค.) ทรุดตัวลงกว่า 2,000 จุด เหตุนักลงทุนเกิดความตื่นตระหนกจากการแพร่ระบาดของ "โควิด-19" และการที่ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ของสหรัฐ ประกาศระงับการเดินทางจากยุโรปนาน 30 วัน
ดัชนีอุตสาหกรรมดาวโจนส์ ปรับตัวร่วงลง 2,352.6 จุด หรือ 9.99% ปิดที่ 21,200.62 จุด ดัชนีเอสแอนด์พี 500 ร่วง 260.74 จุด หรือ 9.51% ปิดที่ 2,480.64 จุด และดัชนีแนสแด็ก ปรับตัวลง 750.25 จุด หรือ 9.43% ปิดที่ 7,201.80 จุด
การประกาศใช้ระบบ circuit breaker ในวันนี้ ถือเป็นครั้งที่ 2 ในสัปดาห์นี้ หลังจากที่เมื่อวันจันทร์(9มี.ค.) ตลาดหุ้นนิวยอร์กประกาศพักการซื้อขายเป็นเวลา 15 นาที หลังจากเปิดตลาดได้เพียง 5 นาที เนื่องจากดัชนีดาวโจนส์ดิ่งลงกว่า 1,800 จุด ส่วนดัชนีเอสแอนด์พี 500 ทรุดตัวลง 7% ส่งผลให้มีการใช้ระบบ circuit breaker เพื่อระงับการซื้อขายชั่วคราว
ปธน.โดนัลด์ ทรัมป์ ประกาศว่า สหรัฐจะระงับการเดินทางจากประเทศในยุโรปทั้งหมด ยกเว้นสหราชอาณาจักร ในช่วง 30 วันข้างหน้า โดยจะมีผลบังคับใช้ตั้งแต่เที่ยงคืนวันศุกร์ (13มี.ค.) ทั้งยังตำหนิสหภาพยุโรป (อียู) ที่ไม่ดำเนินมาตรการควบคุมการเดินทางจากจีนตั้งแต่ช่วงที่โควิด-19 เริ่มแพร่ระบาด
ด้านองค์การอนามัยโลก (ดับบลิวเอชโอ) ออกแถลงการณ์ว่า โรคโควิด-19 ได้เข้าสู่ภาวะแพร่ระบาดไปทั่วโลก หลังมีการลุกลามไปยังหลายประเทศในภูมิภาคต่างๆ
“ในช่วง 2 สัปดาห์ที่ผ่านมา จำนวนผู้ติดเชื้อนอกประเทศจีนได้เพิ่มขึ้นถึง 13 เท่า และจำนวนประเทศที่ติดเชื้อได้เพิ่มขึ้น 3 เท่า ส่วนในช่วงหลายวันและหลายสัปดาห์ข้างหน้า เราคาดว่าจำนวนผู้ติดเชื้อ ผู้เสียชีวิต และจำนวนประเทศที่ติดเชื้อจะเพิ่มมากขึ้นอีก” นายแพทย์ทีโดรส อัดฮานอม กีบรีเยซุส ผู้อำนวยการใหญ่ดับบลิวเอชโอ กล่าว
นอกจากนี้ นายแพทย์ทีโดรส ยังกล่าวตำหนิผู้นำของหลายประเทศที่ไม่ได้ดำเนินการอย่างเฉียบขาดและรวดเร็วเพื่อควบคุมการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโคโรน่าสายพันธุ์ใหม่





