ขณะนี้ สถานการณ์แพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ยังขยายวงกว้างออกไปเป็นกว่า 90 ประเทศทั่วโลก ยิ่งทำให้ความหวังในการทำกำไรของอุตสาหกรรมการบินริบหรี่ลงเรื่อยๆ ชะตากรรมธุรกิจการบินโลกจะดำเนินไปอย่างไรนับจากนี้
การแพร่ระบาดของไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ ต้นตอโรคโควิด-19 ทำให้ผู้เดินทางด้วยเครื่องบินของสายการบินในเอเชียและสายการบินทั่วโลกลดลงอย่างฮวบฮาบ เพราะมาตรการคัดกรองและคุมเข้มนักเดินทางจากประเทศกลุ่มเสี่ยงแพร่เชื้อที่ประเทศต่างๆประกาศใช้นั่นเอง
สายการบินที่รับผลกระทบหนักสุดจากการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ส่วนใหญ่เป็นสายการบินที่พึ่งพาผู้โดยสารชาวจีนเป็นหลัก เช่น สายการบินคาเธ่ย์ แปซิฟิก แอร์เวย์ส ของฮ่องกง แอร์เอเชีย กรุ๊ป ของมาเลเซีย สายการบินสกู๊ต ของสิงคโปร์ ฟิลิปปินส์ แอร์ไลน์ และสายการบินการูดา ของอินโดนีเซีย
“ตอนนี้มีความหวังน้อยมากในการทำเงินจากอุตสาหกรรมการบินและบริษัทขนาดเล็กในธุรกิจเดินทางรวมทั้งธุรกิจการให้บริการด้านต่างๆที่เกี่ยวข้องจำนวนมาก อาจไม่มีสายป่านที่ยาวพอจะอยู่ต่อไปในธุรกิจ”ปีเตอร์ ฮาร์ไบซัน ประธานคาปา บริษัทวิจัยด้านธุรกิจการบินพลเรือน ให้ความเห็น
ข้อมูลของคาปา บ่งชี้ว่า จำนวนที่นั่งในเที่ยวบินระหว่างประเทศของจีนลดลงเกือบ 80% เมื่อเทียบกับปีที่แล้ว ส่วนที่นั่งในเที่ยวบินภายในประเทศก็ลดลงเกือบ 60% ในจำนวนนี้ รวมถึงที่นั่งของสายการบินแห่งชาติสิงคโปร์ที่ร่วงลงอย่างหนักจาก 1.75 ล้านที่นั่งเมื่อเดือนก.พ.ปีที่แล้วเหลือประมาณ 1.35 ล้านที่นั่งในขณะนี้
จำนวนที่นั่งในเที่ยวบินระหว่างประเทศในญี่ปุ่นร่วงลงกว่า 20% ส่วนในมาเลเซีย ร่วงลงประมาณ 10% เช่นเดียวกับในเกาหลีใต้ซึ่งเป็นหนึ่งในประเทศที่มีการแพร่ระบาดหนักสุด ที่นั่งในเที่ยวบินระหว่างประเทศลดลงแล้วประมาณ 20% แต่สถานการณ์เลวร้ายที่สุดยังมาไม่ถึง
“ขณะที่ไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่แพร่ระบาดไปทั่วโลก อาจจะเกิดปรากฏการณ์บูมเมอแรง เพราะแม้ว่าหลายเมืองในจีน จะมียอดผู้ติดเชื้อและเสียชีวิตน้อยลงแล้วในขณะนี้ แต่ประเทศอื่นๆที่อยู่ส่วนปลายของเส้นทางบินเอเชียอาจจะได้รับผลกระทบรอบใหม่ ที่อาจจะส่งผลให้การฟื้นตัวของธุรกิจการบินเป็นไปอย่างเชื่องช้า ประกอบกับภาวะเศรษฐกิจขาลง ยิ่งซ้ำเติมแนวโน้มธุรกิจการบินให้แย่ลงไปอีก ”ฮาร์ไบซัน จากคาปา ให้ความเห็น
คาเธ่ย์ แปซิฟิก แอร์เวย์ สายการบินชั้นนำของฮ่องกง ซึ่งได้รับผลกระทบอย่างมากจากการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ประกาศปิดฐานลูกเรือในเมืองแวนคูเวอร์ ประเทศแคนาดา และเลิกจ้างลูกเรือจำนวน 147 คน เป็นส่วนหนึ่งของการทบทวนธุรกิจที่ย่ำแย่ลงอย่างต่อเนื่อง
คาเธ่ย์ ประกาศปลดพนักงานที่ฐานดังกล่าวเป็นครั้งแรกนับตั้งแต่ปรับลดกำลังการบินทั่วโลกลง 40% เนื่องจากความต้องการเดินทางลดลงท่ามกลางความวิตกเกี่ยวกับการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 และคาเธ่ย์ ยังเรียกร้องให้พนักงานทั้งหมด 27,000 คน หยุดงานเป็นเวลา 3 สัปดาห์โดยไม่รับค่าจ้าง
ปีที่แล้ว คาเธ่ย์ ได้ปิดฐานลูกเรือในเมืองโตรอนโตของแคนาดา ส่งผลให้มีการปลดพนักงาน 120 ตำแหน่ง ก่อนที่จะเกิดการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของแผนการปฏิรูปเพื่อช่วยพลิกฟื้นให้บริษัทกลับมามีความสามารถในการทำกำไรอีกครั้ง
คาเธ่ย์ แปซิฟิก จะประกาศผลประกอบการปี 2562 ในวันที่ 11 มี.ค.นี้ โดยในช่วงครึ่งหลังของปี 2562 ผลประกอบการของบริษัทได้รับผลกระทบอย่างหนักอยู่แล้วจากความต้องการเดินทางที่ลดลง เนื่องจากนักเดินทางวิตกกังวลเกี่ยวกับการประท้วงอย่างรุนแรงหลายครั้งในฮ่องกง
ไม่ได้มีแต่คาเธ่ย์ แปซิฟิกเท่านั้นที่ได้รับผลกระทบ บริษัทเจแปน แอร์ไลน์ส (เจเอแอล)และออล นิปปอน แอร์เวย์ส(เอเอ็นเอ) ก็ประกาศลดจำนวนเที่ยวบินภายในประเทศลงด้วยเช่นกัน ถือเป็นการปรับลดการให้บริการทางอากาศในญี่ปุ่นเป็นครั้งแรก ขณะที่มีการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19ในญี่ปุ่นอย่างต่อเนื่อง
เจเอแอล และเอเอ็นเอจะลดจำนวนเที่ยวบินที่เดินทางมาถึงและออกจากสนามบินฮาเนดะ กรุงโตเกียว สนามบินอิตามี ในโอซาก้า และที่อื่นๆ เนื่องจากจำนวนผู้โดยสารลดลงอย่างมากเพราะมาตรการคัดกรองและคุมเข้มด้านการเดินทางของทุกประเทศ
นอกจากนี้ ปัญหาการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ยังทำให้“ฟลายบี” สายการบินสัญชาติอังกฤษ ประสบภาวะล้มละลาย จนส่งผลให้พนักงานจำนวนกว่า 2,000 คนต้องตกงาน
แม้ว่าฟลายบีจะเป็นสายการบินขนาดใหญ่ที่ให้บริการทั่วยุโรป แต่สถานการณ์การแพร่ระบาดก็ส่งผลกระทบเป็นลูกโซ่ถึงธุรกิจสายการบินอย่างทั่วถึง
ที่ผ่านมา รัฐบาลอังกฤษก็พยายามประคับประคองสายการบินฟลายบี ด้วยการอัดฉีดเงิน 100 ล้านปอนด์ (ประมาณ 4,090 ล้านบาท) แต่เมื่อมาเจอสถานการณ์โรคโควิด-19 ระบาด ที่ทำให้ผู้โดยสารพากันยกเลิกเที่ยวบิน จึงกลายเป็นการซ้ำเติมให้ฟลายบีเผชิญมรสุมหนักขึ้น
แต่ประเด็นที่น่าสนใจคือ กรณีของสายการบินฟลายบี ไม่ใช่จุดจบ แต่เป็นจุดเริ่มต้น เพราะนักวิเคราะห์ส่วนใหญ่ มีความเห็นไปในทางเดียวกันว่า สายการบินอื่นก็มีโอกาสล้มละลาย แบบเดียวกับฟลายบี
ล่าสุด สมาคมขนส่งทางอากาศระหว่างประเทศ (ไออาต้า) ออกรายงานเตือนว่า ธุรกิจการบินทั่วโลกอาจได้รับผลกระทบจากสถานการณ์โรคโควิด-19 ระบาด คิดเป็นความเสียหายถึง 63,000-113,000 ล้านดอลลาร์ จากการสูญเสียรายได้เพราะผู้คนยกเลิกเที่ยวบินและไม่เดินทาง เลวร้ายกว่าเมื่อเทียบกับการคาดการณ์เมื่อเดือนที่ผ่านมา ว่า มูลค่าการสูญเสียอาจอยู่ที่ 29,000 ล้านดอลลาร์
นอกจากนี้ สายการบินในจีน ฮ่องกง ไทย เกาหลีใต้ นอร์เวย์ และเม็กซิโก ยังถูกจัดให้อยู่ในกลุ่มเสี่ยง ที่ต้องเผชิญกับสถานการณ์เดียวกับฟลายบี เนื่องจากความแข็งแกร่งทางการเงินอยู่ในอัตราต่ำ แม้ว่าขณะนี้สายการบินหลายแห่งเริ่มปรับตัวด้วยการลดต้นทุน และเริ่มจากการปรับลดเงินเดือนพนักงานและผู้บริหาร ส่วนสายการบินบางแห่งอย่างสายการบินเอมิเรตส์ ขอให้พนักงานลาโดยไม่รับเงินเดือน





