วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

'สิงคโปร์ แอร์โชว์'ภาพสะท้อนธุรกิจการบินโลก

'สิงคโปร์ แอร์โชว์'ภาพสะท้อนธุรกิจการบิน โดยปีนี้ ไม่มีการประชุมสุดยอดผู้นำด้านการบิน เพื่อให้บรรดาผู้นำด้านการบินได้ทำภารกิจเร่งด่วนในการรับมือกับการระบาดของไวรัสโคโรน่าสายพันธุ์ใหม่

ผู้จัดงานสิงคโปร์ แอร์โชว์ ซึ่งเป็นมหกรรมด้านการบินรายการใหญ่ระดับโลก ออกแถลงการณ์วานนี้ (5ก.พ.)ว่า งานสิงคโปร์ แอร์โชว์ยังคงจัดขึ้นตามกำหนดการเดิมในวันที่ 11-16 ก.พ.นี้แต่จะไม่มีการประชุมเจ้าหน้าที่ด้านการบินนานาชาติ แม้ว่าบรรดาบริษัทพันธมิตรที่ร่วมจัดงานครั้งนี้จะถอนตัวไปแล้ว 16 แห่ง

ผู้จัดงานคาดการณ์ว่าจะมีผู้เข้าชมงานต่ำกว่าเป้าที่ตั้งไว้เพราะมาตรการจำกัดการเดินทางในช่วงที่ยังเกิดการแพร่ระบาดของไวรัสโคโรน่าสายพันธุ์ใหม่

ด้านคณะกรรมการสุขภาพแห่งชาติของจีน (เอ็นเอชซี) แถลงว่า นับจนถึงวันอังคารที่ 4 ก.พ. มีผู้เสียชีวิตจากโรคปอดอักเสบที่เกิดจากการติดเชื้อไวรัสโคโรน่าสายพันธุ์ใหม่ในจีนเพิ่มขึ้นอีก 65 ราย ส่งผลให้ยอดรวมผู้เสียชีวิตในจีนเพิ่มขึ้นเป็น 490 ราย ส่วนจำนวนผู้ติดเชื้อเพิ่มอีก 3,887 ราย ส่งผลให้ยอดรวมผู้ติดเชื้อเพิ่มขึ้นเป็น 24,324 ราย

รายงานของเอ็นเอชซี ระบุว่า ผู้ที่เสียชีวิตรายใหม่ทั้งหมด 65 ราย นับจนถึงวันอังคารที่ 4 ก.พ. อยู่ในมณฑลหูเป่ย์ ส่วนผู้ป่วยติดเชื้อที่ได้รับอนุญาตให้ออกจากโรงพยาบาลหลังจากมีอาการดีขึ้นแล้ว อยู่ที่ 892 ราย

ตามปกติแล้ว งานแอร์โชว์ ซึ่งจัดปีละ2ครั้ง จะมีบุคคลสำคัญๆขึ้นกล่าวสุนทรพจน์ในการประชุมด้านการบินระหว่างประเทศ รวมทั้งผู้บริหารระดับสูงจากองค์การการบินพลเรือนระหว่างประเทศ (ไอเคโอ) และสมาคมการขนส่งทางอากาศระหว่างประเทศ (แอทต้า) ซึ่งเอ็กพีเรีย อีเวนท์ส ผู้จัดงานสิงคโปร์ แอร์โชว์ ยืนยันว่า ในปีนี้จะไม่มีการประชุมสุดยอดผู้นำด้านการบิน ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของงานแอร์โชว์ เพื่อให้บรรดาผู้นำด้านการบินได้ทำภารกิจเร่งด่วนในการรับมือกับการระบาดของไวรัสโคโรน่าสายพันธุ์ใหม่

ทั้งนี้ อุตสาหกรรมการบินถือเป็นอุตสาหกรรมหนึ่งที่ได้รับผลกระทบอย่างหนักจากการระบาดของไวรัส หลังจากรัฐบาลทั่วโลกประกาศมาตรการจำกัดการเดินทาง รวมทั้ง ห้ามผู้ที่เดินทางมาจากจีนเข้าประเทศ

ในบรรดาบริษัทด้านอากาศยานที่ถอนตัวจากงานแอร์โชว์ครั้งนี้ มีบริษัทบอมบาดิเยร์ สัญชาติแคนาดา กัลฟ์สตรีม ผู้ผลิตเครื่องบินเจท สัญชาติสหรัฐ และบริษัทโคแมค (COMAC) สัญชาติจีนและขณะนี้มีบริษัท 15 แห่งที่ยืนยันถอนตัวจากงาน ซึ่งจัดขึ้นปีละ2ครั้ง ในจำนวนนี้ รวมบริษัทจีน10 แห่ง

การถอนตัวของบริษัทจีนมีขึ้น หลังจากทางการสิงคโปร์ ประกาศห้ามคนจากประเทศจีน รวมถึงชาวต่างชาติที่มีประวัติการเดินทางไปประเทศจีนในช่วงเวลา 14 วันที่ผ่านมา เดินทางเข้าสิงคโปร์เมื่อวันที่ 31 ม.ค. ถือเป็นมาตรการล่าสุดของประเทศสิงคโปร์ในการป้องกันการแพร่ระบาดของไวรัสโคโรน่า

ทางการสิงคโปร์สั่งระงับการออกวีซ่าทันที ขณะที่มาตรการจำกัดการเดินทางเข้าประเทศจะมีผลตั้งแต่คืนวันเสาร์ (1 ก.พ.) เวลา 23.59 น. แม้ว่าจีน จะเป็นคู่ค้าที่ใหญ่ที่สุดของสิงคโปร์ และสิงคโปร์ ยังเป็นจุดหมายปลายทางที่ได้รับความนิยมของนักท่องเที่ยวชาวจีน 

ข้อมูลจากคณะกรรมการการท่องเที่ยวสิงคโปร์ ระบุว่า ในช่วงเดือน พ.ย. ที่ผ่านมา มีนักท่องเที่ยวสัญชาติจีนเดินทางเข้ามายังสิงคโปร์ถึง 248,000 คน 

ขณะที่เกาหลีใต้ก็ตัดสินใจไม่ส่งทีมการแสดงผาดโผนทางอากาศเข้าร่วมงานนี้เช่นกัน เป็นส่วนหนึ่งของมาตรการป้องกันการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโคโรน่าของเกาหลีใต้

งานสิงคโปร์ แอร์โชว์ จัดใกล้กับสนามบินชางงี โดยช่วงสี่วันแรกเป็นการนำเสนอผลิตภัณฑ์แก่หุ้นส่วนทางธุรกิจ ส่วนอีกสองวันที่เหลือจะเป็นการเปิดให้สาธารณชนทั่วไปเข้าชม และถึงแม้จะมีบริษัทกว่าสิบแห่งถอนตัวไม่ร่วมงาน เว็บไซต์อย่างเป็นทางการของงานสิงคโปร์ แอร์โชว์ ก็ระบุว่า มีบริษัทร่วมนำสินค้ามานำเสนอจำนวนกว่า 600 แห่ง   

ส่วนยักษ์ใหญ่ในอุตสาหกรรมอากาศยานโลกอย่างแอร์บัส และโบอิง รวมทั้งเอมเบรเออร์ ของบราซิล ยังคงยืนยันว่าจะเข้าร่วมงานนี้ แม้ว่า แอร์บัสกำลังเผชิญกับกรณีอื้อฉาว หลังจากสำนักข่าวซีเอ็นบีซี รายงานว่า คณะกรรมการต่อต้านคอร์รัปชันมาเลเซีย (เอ็มเอซีซี) กำลังดำเนินการสอบสวนผู้บริหารของแอร์เอเชียมาเลเซีย และแอร์เอเชีย เอ็กซ์ หลังจากสำนักงานการฉ้อโกงร้ายแรง (เอสเอฟโอ) ของอังกฤษ กล่าวหาว่า แอร์บัส ผู้ผลิตเครื่องบินรายใหญ่ของยุโรปติดสินบนเป็นจำนวนเงิน 50 ล้านดอลลาร์ เพื่อให้สายการบินแอร์เอเชียสั่งซื้อเครื่องบินของแอร์บัสจำนวน 180 ลำ

คณะกรรมการต่อต้านการคอร์รัปชันของมาเลเซีย กล่าวว่าคดีติดสินบนนี้เกี่ยวข้องกับข้อตกลงที่แอร์บัสเข้ามาเป็นผู้สนับสนุนทีมเคเทอร์แฮม ฟอร์มูลา 1 ทีมแข่งรถฟอร์มูล่าวันที่มี“โทนี เฟอร์นานเดส” ซีอีโอของแอร์เอเชียเป็นผู้ก่อตั้ง โดยระบุว่าในช่วงเดือน ต.ค. ปี2556 ถึง ม.ค.2558 แอร์บัสได้จ่ายเงินสนับสนุนให้เคเทอร์แฮมฯจำนวน 50 ล้านดอลลาร์ ซึ่งเอสเอฟโอ ระบุว่าผู้บริหารของแอร์เอเชียเป็นผู้ตัดสินใจสำคัญในการสั่งซื้อเครื่องบินแอร์บัสจำนวน 180 ลำ เพื่อเป็นข้อแลกเปลี่ยนกับการเป็นผู้สนับสนุนให้กับเคเทอร์แฮม ฟอร์มูลา 1ของแอร์บัส

แอร์เอเชีย ปฏิเสธข้อกล่าวหานี้ โดยบอกว่าการเจรจาซื้อขายเครื่องบินดังกล่าวเป็นการเจรจาซื้อขายโดยตรงระหว่างแอร์เอเชีย กับแอร์บัส ไม่มีการตัดสินใจซื้อขายใดๆที่ได้รับการสนับสนุนจากแอร์บัส ซึ่งทางแอร์ เอเชีย พร้อมที่จะให้ความร่วมมือกับเอ็มเอซีซีอย่างเต็มที่ในการสอบสวนครั้งนี้

เมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา แอร์บัสได้ตกลงจ่ายเงินเป็นจำนวนเงินสูงถึง 4,000 ล้านดอลลาร์ เพื่อยอมความให้กับรัฐบาลสหรัฐ อังกฤษ และฝรั่งเศส แลกกับการไม่ถูกดำเนินคดีในข้อหาติดสินบนเจ้าหน้าที่รัฐและปกปิดการจ่ายสินบน โดยการยอมความในครั้งนี้ ทำให้แอร์บัสรอดพ้นจากการถูกดำเนินคดีอาญา ซึ่งอาจทำให้แอร์บัสถูกห้ามทำสัญญาธุรกิจกับภาครัฐในสหรัฐ และสหภาพยุโรป (อียู)

แอร์เอเชีย กำลังเผชิญกับภาวะชะลอตัวหลังได้รับผลกระทบจากการระบาดของเชื้อไวรัสโคโรน่าสายพันธุ์ใหม่ โดยราคาหุ้นแอร์เอเชียลดลงมาอยู่ที่ 1.27 ริงกิตต่อหุ้นลดลงมากถึง 11% ขณะที่หุ้นของแอร์เอเชีย ลดลงมาเหลือเพียง 0.12 ริงกิตต่อหุ้น ซึ่งลดลงสู่ระดับต่ำสุดตลอดกาลนับตั้งแต่เข้าทำการซื้อขายในตลาดหุ้นมาเลเซียในปี 2556