“เทมาเส็ก” ร่วมมือกับไพรซ์วอเตอร์เฮาส์คูเปอร์ และราโบแบงก์ ออกรายงานเตือนเอเชียกำลังเจอวิกฤติอาหาร ย้ำต้องใช้ทุนถึง 8 แสนล้านดอลล์เพื่อแก้ปัญหาในอีก 10 ปีข้างหน้า
ไพรซ์วอเตอร์เฮาส์คูเปอร์ส ราโบแบงก์ และเทมาเส็ก ร่วมการเปิดเผยรายงาน Asia Food Challenge Report เมื่อเร็ว ๆ นี้ บ่งชี้ว่า ภูมิภาคเอเชียกำลังเผชิญกับวิกฤติด้านอาหาร เนื่องจากไม่สามารถผลิตอาหารเลี้ยงดูตัวเองได้ และจำเป็นต้องลงทุน 8 แสนล้านดอลลาร์ในอีก 10 ปีข้างหน้า เพื่อผลิตอาหารมากขึ้น และรองรับกับความต้องการอาหารภายในภูมิภาค
รายงาน ระบุว่า ประชากรในภูมิภาคเอเชียกำลังขยายตัว และผู้บริโภคมีความอาหารที่ปลอดภัยต่อสุขภาพและมีความยั่งยืนมากขึ้น โดยการใช้จ่ายด้านอาหารจะเพิ่มขึ้นมากกว่า 2 เท่า จาก 4 ล้านล้านดอลลาร์ในปี 2562 เป็นกว่า 8 ล้านล้านดอลลาร์ในปี 2573
รายงานชิ้นนี้ ระบุว่า หากไม่มีการลงทุนด้านอาหารเกิดขึ้น อุตสาหกรรมอาหารก็จะเผชิญความยากลำบากในการรองรับอุปสงค์ ซึ่งจะส่งผลให้ประชากรในภูมิภาคเอเชียอยู่ในภาวะที่ขาดแคลนอาหารมากขึ้น เนื่องจากภูมิภาคเอเชียไม่สามารถผลิตอาหารเพื่อรองรับความต้องการในภูมิภาคได้เอง แต่ต้องพึ่งพาการนำเข้าอาหารจากทวีปอเมริกา, ยุโรป และแอฟริกา
ทั้งนี้ รายงานดังกล่าวสอดคล้องกับผลการวิจัยจากรายงานของที่ประชุมสหประชาชาติว่าด้วยการค้าและการพัฒนา (อังค์ถัด) โดยรายงานสถิติและแนวโน้มที่สำคัญในด้านการค้าระหว่างประเทศระบุว่า โดยทั่วไปแล้ว ประเทศในละตินอเมริกา, แอฟริกาตะวันออกและเอเชียใต้เป็นผู้ส่งออกอาหารสุทธิ ขณะที่ประเทศส่วนใหญ่ที่เหลือในเอเชียและแอฟริกายังคงเป็นผู้นำเข้าอาหารสุทธิ





