ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐประกาศเมื่อวันศุกร์(23ส.ค.) ปรับเพิ่มเพดานภาษีสินค้านำเข้าจากจีนในปัจจุบันอีก5% ถือเป็นการตอบโต้กลับจีนในสงครามการค้าที่ทวีความรุนแรงมากขึ้นเรื่อยๆ
ทั้งนี้ จีน แถลงว่าจะเรียกเก็บภาษีเพิ่มเติมสูงสุด 10% ต่อสินค้านำเข้าจากสหรัฐฯวงเงิน 7.5 หมื่นล้านดอลลาร์ เพื่อตอบโต้วอชิงตันที่จะเรียกเก็บภาษี 10% ต่อสินค้านำเข้าจากจีน วงเงิน 3 แสนล้านดอลลาร์เมื่อวันที่ 1 ส.ค. แต่ไม่กี่ชั่วโมงหลังจากนั้น ประธานาธิบดีทรัมป์ ออกมาตอบโต้กลับ ด้วยการปรับเพิ่มเพดานภาษีในปัจจุบันและมีแผนเก็บภาษีสินค้านำเข้าจากจีนรวมมูลค่า 5.5แสนล้านดอลลาร์
“จีนเอาเปรียบสหรัฐในด้านการค้า ขโมยทรัพย์สินทางปัญญาและทำอย่างอื่นๆอีกมากมาย เราต้องการความสมดุล นี่คือความสัมพันธ์ทางการค้าที่ไม่ยุติธรรมอย่างมาก”ทรัมป์ ระบุ
ประธานาธิดีสหรัฐ ระบุว่า มาตรการรีดภาษี 25% ต่อสินค้านำเข้าจากจีนมูลค่า 2.5แสนล้านดอลลาร์ในปัจจุบัน จะเพิ่มเป็น 30% นับตั้งแต่เริ่มต้นเดือนต.ค.และมีแผนเก็บภาษี 10% มูลค่า 3 แสนล้านดอลลาร์ ซึ่งจะมีผลในวันที่ 1 ก.ย. ก็จะเพิ่มเป็น 15% พร้อมทั้งระบุว่า จีนไม่ควรรีดภาษีรอบใหม่ต่อสินค้าสหรัฐ 7.5 หมื่นล้านดอลลาร์ สิ่งนี้มีแรงจูงใจทางการเมือง
นอกจากนี้ ประธานาธิบดี ทรัมป์ ยังทวีตว่า เขาได้สั่งให้บริษัทสหรัฐฯรีบถอนตัวออกจากจีนโดยทันที เพื่อหาแหล่งผลิตใหม่ ในนั้นรวมถึงกลับมาผลิตสินค้าในสหรัฐ
“ประเทศของเราได้สูญเสียเงินหลายล้านล้านดอลลาร์แก่จีนเป็นเวลาหลายปี พวกเขาได้ปล้นทรัพย์สินทางปัญญาของเราคิดเป็นเงินหลายแสนล้านดอลลาร์ต่อปี และพวกเขาต้องการทำสิ่งนี้ต่อไป แต่ผมจะไม่ยอมให้มันเกิดขึ้น เราไม่จำเป็นต้องมีจีน และจะดีกว่า ถ้าไม่มีจีน โดยเงินจำนวนมากที่จีนขโมยไปจากสหรัฐฯปีแล้วปีเล่า เป็นเวลาหลายทศวรรษ จะต้องยุติลง ผมขอสั่งให้บริษัทอเมริกันที่ยิ่งใหญ่ของเราถอนตัวจากจีนโดยทันที และให้เริ่มต้นหาแหล่งผลิตสินค้าใหม่ ซึ่งรวมถึงนำบริษัทของคุณกลับบ้าน และผลิตสินค้าในสหรัฐ"ทวิตเตอร์ทรัมป์ ระบุ
อย่างไรก็ตาม ทำเนียบขาวยังไม่ได้ยืนยันว่า คำสั่งของปธน.ทรัมป์ที่ปรากฎในทวิตเตอร์เป็นคำสั่งอย่างเป็นทางการของประธานาธิบดีหรือไม่





