ประชาคมโลกจับตา 3 ยุทธศาสตร์เบร็กซิทของ “บอริส จอห์นสัน” ว่าที่ผู้นำใหม่ สานภารกิจต่อจากเทเรซา เมย์
นายบอริส จอห์นสัน อดีตนายกเทศมนตรีกรุงลอนดอน ประกาศระหว่างการแข่งขันเลือกผู้นำพรรคอนุรักษนิยมว่า จะนำอังกฤษออกจากสหภาพยุโรป (อียู) ในวันที่ 31 ต.ค. หลังจากที่เลื่อนเส้นตายมาแล้ว 2 ครั้ง ด้วยเดิมพันทางเลือก 3 ทาง
ทางเลือกแรก นายจอห์นสันอาจบรรลุข้อตกลงฉบับใหม่กับอียู แทนข้อตกลงเดิมที่นายกรัฐมนตรีเทเรซา เมย์ ทำไว้เมื่อปีก่อน แต่เขายอมรับว่า ทางเลือกนี้อาจต้องใช้เวลา เนื่องจากทั้งอียูและอังกฤษต่างเปลี่ยนแปลงผู้บริหาร ประกอบกับมีการพักการประชุมช่วงฤดูร้อน ทำให้กว่าจะเริ่มเจรจาอย่างเป็นทางการได้ต้องรอไปถึงเดือน ก.ย.หรือต.ค.
ทางเลือกที่ 2 ให้รัฐสภาให้สัตยาบันเฉพาะส่วนที่ดีที่สุดในข้อตกลงที่นางเมย์ทำไว้ และประเด็นที่ไม่มีข้อถกเถียง เช่น สิทธิพลเมืองอียู การขยายข้อตกลงความร่วมมือด้านการทูตและความมั่นคง
ส่วนที่ไม่รับอย่างแน่นอนคือเรื่องแบคสตอป ที่จะไม่เข้มงวดพรมแดนระหว่างไอร์แลนด์เหนือของอังกฤษ กับสาธารณรัฐไอร์แลนด์ของอียู
นอกจากนี้นายจอห์นสันจะใช้เงิน 39,000 ล้านปอนด์ ที่อังกฤษต้องจ่ายให้อียูเป็นเครื่องต่อรองให้อียูลงนามต่ออายุข้อตกลงากรค้าที่ยังชะงักงันอยู่
ทางเลือกที่ 3 ที่ถือว่าเสี่ยงสุดๆ คือเบร็กซิทแบบไม่มีข้อตกลง แม้งานนี้อังกฤษจะเสียหายมากกว่า แต่นายจอห์นสันรู้ดีว่าผู้นำอียูไม่อยากถูกตราหน้าว่า ปล่อยให้อังกฤษลงเหวโดยไม่ดูแล





