รายงานล่าสุดยูเอ็นชี้ ทุกประเทศสอบตกความเสมอภาคทางเพศ ผู้หญิงและเด็กหญิง 1.4 พันล้านคนตกอยู่ในความเสี่ยง
ตามที่เมื่อปี 2558 สมาชิกสหประชาชาติ (ยูเอ็น) ทุกประเทศยอมรับเป้าหมายการพัฒนาอย่างยั่งยืน (เอสดีจี) 17 ข้อ อาทิการศึกษา ภูมิอากาศ และความเสมอภาคทางเพศ ว่าจะปฏิบัติให้สำเร็จภายในปี 2573 แต่รายงานล่าสุดชี้ว่าทุกประเทศยังทำเรื่องความเสมอภาคทางเพศไม่ได้ตามเป้า การจะสำเร็จได้จำเป็นต้องขจัดการเลือกปฏิบัติและความรุนแรงต่อผู้หญิง และยุติการกระทำที่เป็นอันตรายต่อพวกเธอ เช่น ถูกจับแต่งงานตั้งแต่วัยเด็กและการขลิบอวัยวะเพศหญิง
น.ส.อลิสัน โฮลเดอร์ ผู้อำนวยการองค์กรพัฒนาเอกชน Equal Measures 2030 ที่ทำรายงานดัชนีความเสมอภาคเอสดีจี กล่าวในเวทีสร้างความเสมอภาคให้กับผู้หญิง ที่นครแวนคูเวอร์ของแคนาดา เมื่อวันอังคาร (4 มิ.ย.) ตามเวลาท้องถิ่นว่า ทุกประเทศล้มเหลว ไม่สามารถสร้างความเท่าเทียมกันทางเพศตามที่กำหนดไว้ในเอสดีจีให้กับผู้หญิงและเด็กหญิงหลายพันล้านคนได้
“ที่น่ากังวลมากคือ ผู้หญิงและเด็กหญิง 1.4 พันล้านคนอาศัยอยู่ในประเทศที่่่่่่่่่่่่่่่่่่่่่่่่่่่่่่่่่่่่่่่่่่่่่่่มีคะแนนตามดัชนีต่ำมาก”
รายงานฉบับนี้ เก็บข้อมูลจาก 129 ประเทศ พบว่า ประเทศร่ำรวยอย่างฟินแลนด์ สวีเดน นอร์เวย์ และเนเธอร์แลนด์ ก้าวหน้ามากที่สุด ขณะที่ประเทศยากจนหรือไร้เสถียรภาพอย่างชาด สาธารณรัฐประชาธิปไตยคองโก คองโก เยเมน และไนเจอร์ ยังล้าหลัง แต่ในประเทศที่ยังต่อสู้เรื่องความเสมอภาคทางเพศก็ยังมีข่าวดีให้เห็นบ้าง
ตัวอย่างเช่น เซเนกัล ในสภามีผู้หญิงเกือบเท่ากับผู้ชายมากกว่าเดนมาร์ก ทั้งๆ ที่จีดีพีเซเนกัลต่ำกว่าถึง 56 เท่า อย่างไรก็ตาม ไม่มีประเทศใดบรรลุความเสมอภาคทางเพศได้ครบถ้วนเลย
น.ส.แอน บิจิตต์ อัลเบรคต์เซน ประธานคณะเจ้าหน้าที่บริหารแพลนอินเตอร์เนชันแนล องค์กรการกุศลเพื่อสิทธิเด็ก ที่ร่วมเขียนรายงานด้วย เผยว่า ดัชนียังเผยให้เห็นว่า แต่ละประเทศขาดเจตจำนงทางการเมืองในการลงทุนสร้างความเสมอภาคทางเพศให้ก้าวหน้า เธอหวังว่ากลุ่มสิทธิสตรีและนักเคลื่อนไหวจะนำข้อมูลที่ได้จากดัชนีไปใช้รณรงค์ทางการเมืองอย่างเฉลียวฉลาด แล้วสร้างการปฏิบัติจริง
รายงานนี้ ไม่ใช่ฉบับแรกที่ชี้ว่า ถนนสู่เอสดีจีไม่ราบรื่น เดือนที่แล้วรายงานฉบับหนึี่งเผยว่า แม้ทุกปีจะมีคนเข้าถึงไฟฟ้าเพิ่มขึ้น 150 ล้านคน แต่การทำให้ประชาชนเข้าถึงพลังงานสะอาดตามเอสดีจีก็ไม่ได้บรรลุตามเป้า
ด้านนายกรัฐมนตรีจัสติน ทรูโด ของแคนาดา กล่าวในเวทีเดียวกันประณามนักการเมืองที่รณรงค์และกดดันอย่างไร้ยางอาย ทำให้สิทธิสตรีทั่วโลกถดถอยลง ระบุในยุคของโซเชียลมีเดียการแสดงทัศนะผิดๆ ต่อสาธารณะทำได้ง่ายมาก





