ราคาทอง ปิดตลาดวันจันทร์ (3มิ.ย.)ปรับตัวขึ้นกว่า 1% แตะระดับสูงสุดในรอบกว่า 9 สัปดาห์ ท่ามกลางความกังวลที่ว่า การทำสงครามการค้าระหว่างสหรัฐและประเทศคู่ค้าจะส่งผลกระทบต่อการขยายตัวของเศรษฐกิจโลก
สัญญาทองคำตลาดโคเม็กซ์ ส่งมอบเดือนส.ค. ดีดตัวขึ้น 1.28% ปิดที่ 1,327.90 ดอลลาร์/ออนซ์
นอกจากนี้ ราคาทองยังได้ปัจจัยหนุนจากการอ่อนค่าของดอลลาร์ ซึ่งจะเพิ่มความน่าดึงดูดของทอง โดยทำให้สัญญาทองมีราคาถูกลงสำหรับผู้ถือครองเงินสกุลอื่น โดยดัชนีดอลลาร์ปรับตัวลง ขณะที่ถูกกดดันจากการคาดการณ์ที่ว่า ธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) จะปรับลดอัตราดอกเบี้ย ท่ามกลางความกังวลเกี่ยวกับการทำสงครามการค้าระหว่างสหรัฐและประเทศคู่ค้า เช่น จีน และเม็กซิโก และดอลลาร์ยังถูกถ่วงลงจากการเปิดเผยตัวเลขเศรษฐกิจที่อ่อนแอของสหรัฐ
นักวิเคราะห์ของเจพีมอร์แกน เชส ซึ่งเป็นธนาคารขนาดใหญ่ที่สุดของสหรัฐเมื่อพิจารณาจากมูลค่าสินทรัพย์ คาดการณ์ว่าเฟดจะปรับลดอัตราดอกเบี้ย 2 ครั้งก่อนถึงเดือนธ.ค. ซึ่งถือเป็นการเปลี่ยนมุมมองจากเดิมที่คาดการณ์ว่า มีโอกาส 50-50 ที่การดำเนินการครั้งต่อไปของเฟดอาจเป็นการปรับขึ้น หรือปรับลดอัตราดอกเบี้ย
ทั้งนี้ ปธน.ทรัมป์ประกาศเรียกเก็บภาษีสินค้านำเข้าทั้งหมดจากเม็กซิโกในอัตรา 5% ซึ่งจะเริ่มมีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 10 มิ.ย. โดยปธน.ทรัมป์มีเป้าหมายที่จะกดดันให้รัฐบาลเม็กซิโกสกัดการหลั่งไหลของผู้อพยพผิดกฎหมายที่ข้ามพรมแดนเข้าสู่สหรัฐ
นอกจากนี้ การเจรจาการค้าระหว่างสหรัฐและจีนประสบความล้มเหลวในเดือนที่แล้ว โดยที่ประชุมไม่สามารถบรรลุข้อตกลงการค้า ขณะที่สหรัฐเพิ่มการเรียกเก็บภาษีสินค้านำเข้าจากจีนวงเงิน 2 แสนล้านดอลลาร์ สู่ระดับ 25% จากเดิมที่ระดับ 10% ส่งผลให้จีนทำการตอบโต้ ด้วยการเพิ่มการเรียกเก็บภาษีสินค้านำเข้าจากสหรัฐวงเงิน 6 หมื่นล้านดอลลาร์ สู่ระดับ 25% จากเดิมที่ระดับ 10% โดยมีผลบังคับใช้ในวันที่ 1 มิ.ย.





