นายเดวิด มัลพาสส์ ประธานธนาคารโลกคนใหม่ กล่าวว่า โลกกำลังเผชิญกับปัญหาหนี้ครั้งใหญ่ และจีน เป็นส่วนหนึ่งของปัญหาดังกล่าว ด้วยการปล่อยเงินกู้จำนวนหลายล้านล้านดอลลาร์แก่ประเทศต่างๆ ซึ่งรวมถึงการซื้อพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐจำนวน 1.12 ล้านล้านดอลลาร์
ที่ผ่านมา นายมัลพาสส์ได้วิจารณ์ความพยายามของจีนในการปล่อยเงินกู้เพื่อสนับสนุนโครงการ “หนึ่งแถบ หนึ่งเส้นทาง” โดยการปล่อยเงินกู้ดังกล่าวทำให้ประเทศที่มีความอ่อนแอประสบปัญหาหนี้มากเกินไป ขณะที่มีโครงการสาธารณูปโภคที่มีคุณภาพต่ำ
นอกจากนี้ นายมัลพาสส์ยังกล่าวว่า จีนได้แย่งการปล่อยเงินกู้ดอกเบี้ยต่ำจากธนาคารโลก แต่ก็ยอมรับว่าจีนพร้อมที่จะลดการปล่อยกู้ลงแล้ว โดยจีนต้องการที่จะมีความสัมพันธ์ที่ดีขึ้นกับประเทศต่างๆ และเข้าเป็นส่วนหนึ่งของระบบโลก
“จีนตระหนักดีว่าจำเป็นต้องลดบทบาทการปล่อยเงินกู้ ขณะที่ธนาคารโลกก็ลดการปล่อยเงินกู้ให้แก่จีนเช่นกัน คาดว่าแนวโน้มแบบนี้จะยังคงดำเนินต่อไปในช่วง 3 ปีข้างหน้า” นายมัลพาสส์กล่าว
คำกล่าวของธนาคารโลกสอดคล้องกับไอเอ็มเอฟ ที่เรียกร้องให้รัฐบาลทั่วโลกสร้างกันชนด้านการคลัง และเร่งลดปริมาณหนี้สาธารณะท่ามกลางภาวะขาลงของเศรษฐกิจโลก โดยกองทุนการเงินระหว่างประเทศ (ไอเอ็มเอฟ) ระบุว่า ในช่วงเวลาที่การขยายตัวของเศรษฐกิจทั่วโลกชะลอตัวลง และความไม่แน่นอนเพิ่มขึ้น การดำเนินนโยบายการคลังควรจะเตรียมพร้อมรับมือกับความเป็นไปได้ที่เศรษฐกิจจะซบเซาลง สร้างสมดุลระหว่างเป้าหมายการขยายตัวและเสถียรภาพทางเศรษฐกิจ
“ผู้ตัดสินใจด้านนโยบายการคลังแต่ละประเทศทั่วโลก ควรคำนึงถึงอัตราหนี้สาธารณะที่เพิ่มขึ้น ความผันผวนทางการเงิน และความเสี่ยงขาลงต่อการขยายตัวทางเศรษฐกิจที่ยังไม่ได้ปรับเงินเฟ้อ ปัจจุบันระดับหนี้สาธารณะในทุกกลุ่มประเทศ เพิ่มขึ้นมากกว่าก่อนเกิดวิกฤติการเงินโลก”นายไวเทอร์ แกสปาร์ ผู้อำนวยการฝ่ายกิจการการคลังของไอเอ็มเอฟ ระบุ





