สัญญาน้ำมันดิบล่วงหน้าเวสต์เท็กซัส ปิดตลาดวันจันทร์ (4มี.ค.)พุ่งขึ้นกว่า 1% โดยได้ปัจจัยบวกจากการปรับลดกำลังการผลิตของกลุ่มประเทศผู้ส่งออกน้ำมัน (โอเปก) และความหวังที่ว่า สหรัฐและจีนใกล้บรรลุข้อตกลงทางการค้า
สัญญาน้ำมันดิบเวสต์เท็กซัส ส่งมอบเดือนเม.ย. ซึ่งมีการซื้อขายที่ตลาดไนเม็กซ์ เพิ่มขึ้น 79 เซนต์ หรือ 1.7% ปิดที่ 56.59 ดอลลาร์/บาร์เรล ส่วนสัญญาน้ำมันดิบเบรนท์ ปรับตัวขึ้น 60 เซนต์ ปิดที่ราคา 65.67 ดอลลาร์/บาร์เรล
ผลสำรวจพบว่า สต็อกน้ำมันของโอเปกร่วงลงแตะระดับต่ำสุดในรอบ 4 ปีในเดือนก.พ. โดยซาอุดีอาระเบีย เป็นผู้นำในการปรับลดกำลังการผลิต ขณะที่การผลิตน้ำมันของเวเนซุเอลาดิ่งลง โดยได้รับผลกระทบจากวิกฤตเศรษฐกิจ
ส่วนเบเกอร์ ฮิวจ์ ซึ่งเป็นผู้ให้บริการขุดเจาะน้ำมันของสหรัฐ เปิดเผยว่า แท่นขุดเจาะน้ำมันในสหรัฐที่มีการใช้งาน มีจำนวนลดลงสู่ระดับต่ำสุดในรอบเกือบ 9 เดือนในสัปดาห์ที่แล้ว แม้ว่าราคาน้ำมันพุ่งขึ้นก็ตาม
นายเควิน แฮสเซตต์ ที่ปรึกษาฝ่ายเศรษฐกิจประจำทำเนียบขาว กล่าวว่า นายโรเบิร์ต ไลท์ไฮเซอร์ ผู้แทนการค้าของสหรัฐ (ยูเอสทีอาร์) มีความคืบหน้าในการเจรจาการค้ากับจีน โดยสหรัฐและจีนอาจบรรลุข้อตกลงทางการค้า
ด้านหนังสือพิมพ์วอลล์สตรีท เจอร์นัล รายงานว่า สหรัฐ อาจยกเลิกมาตรการเรียกเก็บภาษีนำเข้าต่อสินค้าเกือบทุกรายการที่ได้บังคับใช้กับจีนตั้งแต่ปีที่แล้ว โดยคาดว่าผู้นำของทั้งสองประเทศอาจจะบรรลุข้อตกลงการค้าอย่างสมบูรณ์ในการประชุมวันที่ 27 มี.ค.นี้
วอลล์สตรีท เจอร์นัล รายงานโดยอ้างแหล่งข่าวว่า สหรัฐและจีนอยู่ในขั้นตอนสุดท้ายของการทำข้อตกลงการค้า โดยจีนเสนอที่จะปรับลดภาษีนำเข้า และผ่อนคลายกฎระเบียบด้านการนำเข้าสินค้าเกษตร เคมีภัณฑ์ รถยนต์ และสินค้าอื่นๆจากสหรัฐ





