แต่การขาดดุลการค้าของสหรัฐ ส่งผลกระทบต่อจีดีพีในไตรมาส 4 คิดเป็นสัดส่วน 0.22% ขณะที่การปิดหน่วยงานรัฐบาล (ชัตดาวน์) กระทบต่อจีดีพีราว 0.1%
ดัชนีดาวโจนส์ ปิดตลาดวันพฤหัสบดี(28ก.พ.)ในแดนลบ ท่ามกลางปัจจัยลบหลายด้านทั้งผิดหวังซัมมิตทรัมป์ -คิม ไร้ข้อตกลง ความวิตกกังวลเกี่ยวกับผลประกอบการบริษัทและการเจรจาการค้าระหว่างสหรัฐและจีนของบรรดานักลงทุนในตลาด แม้กระทรวงพาณิชย์จะเปิดเผยตัวเลขประมาณการจีดีพีไตรมาส4ปี2561สดใสกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์
ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ ร่วงลง 69.16 จุดหรือ 0.27% ปิดที่ 25,916 จุด ดัชนีเอสแอนด์พี 500 ร่วงลง 7.89 จุดหรือ 0.28% ปิดที่ 2,784.49 จุดและดัชนีแนสแด็ก ร่วงลง 21.98 จุดหรือ 0.29% ปิดที่ 7,532.53 จุด
กระทรวงพาณิชย์สหรัฐ เปิดเผยตัวเลขประมาณการครั้งที่ 1 สำหรับการขยายตัวของผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (จีดีพี) ประจำไตรมาส 4/2561 โดยมีการขยายตัว 2.6% สูงกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ที่ระดับ 2.3%
ทั้งนี้ เศรษฐกิจสหรัฐขยายตัว 3.4% ในไตรมาส 3 ของปีที่แล้ว หลังจากพุ่งแตะ 4.2% ในไตรมาส 2 และแตะระดับ 2.2% ในไตรมาส 1 ส่งผลให้เศรษฐกิจสหรัฐมีการขยายตัว 2.9% ในปีที่แล้ว ซึ่งเป็นการปรับตัวดีที่สุดนับตั้งแต่ปี 2558 และสูงกว่า 2.2% ในปี 2560 แต่ต่ำกว่าระดับ 3% ซึ่งเป็นเป้าหมายของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์
การขยายตัวของเศรษฐกิจในไตรมาส 4 ได้รับแรงหนุนจากการใช้จ่ายของผู้บริโภคที่เพิ่มขึ้น 2.8% ขณะที่การใช้จ่ายของภาคธุรกิจเพิ่มขึ้น 6.7% ส่วนการลงทุนในสินค้าคงคลังเพิ่มขึ้น 9.71 หมื่นล้านดอลลาร์
ทั้งนี้ ปธน.ทรัมป์เปิดเผยว่า นายคิมต้องการให้สหรัฐยกเลิกมาตรการคว่ำบาตรทางเศรษฐกิจต่อเกาหลีเหนือทั้งหมด แต่สหรัฐยังไม่สามารถทำได้ในขณะนี้ นอกจากนี้ ทรัมป์ยังกล่าวว่า การยกเลิกโครงการนิวเคลียร์ที่เมืองยองเบียนนั้น ยังไม่เพียงพอ
อย่างไรก็ตาม ปธน.ทรัมป์ กล่าวว่า นายคิมได้ให้คำมั่นว่าจะไม่ทำการทดสอบอาวุธนิวเคลียร์ และการประชุมร่วมกับนายคิมในครั้งนี้ ดำเนินไปด้วยดีท่ามกลางบรรยากาศที่เป็นมิตร แต่ผู้นำสหรัฐไม่สามารถให้คำมั่นสัญญาได้ว่าจะมีการจัดประชุมสุดยอดรอบที่ 3 ร่วมกับนายคิมหรือไม่





