โฮม ดีโปท์ อิงค์ ซึ่งเป็นบริษัทจำหน่ายสินค้าตกแต่งบ้านที่ใหญ่ที่สุดของสหรัฐ เปิดเผยกำไร, รายได้และยอดขายในไตรมาส 4 ต่ำกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ไว้ โดยบริษัทเปิดเผยว่า มีกำไร 2.09 ดอลลาร์/หุ้น ต่ำกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ที่ระดับ 2.16 ดอลลาร์/หุ้น
ดัชนีดาวโจนส์ ปิดตลาดวันอังคาร (26ก.พ.)ปรับตัวลง โดยได้รับผลกระทบจากการเปิดเผยผลประกอบการที่ต่ำกว่าคาดของโฮม ดีโปท์ อิงค์ รวมทั้งการที่หุ้นแคทเธอร์ พิลลาร์ ถูกปรับลดอันดับความน่าลงทุน
นอกจากนี้ นายเจอโรม พาวเวล ประธานธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด)กล่าวย้ำว่า เฟดจะใช้ความอดทนในการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย และการตัดสินใจด้านนโยบายอัตราดอกเบี้ยจะขึ้นอยู่กับข้อมูลเศรษฐกิจที่เฟดได้รับ ทั้งยังบอกว่า เศรษฐกิจสหรัฐมีความแข็งแกร่ง แต่ยังคงมีความเสี่ยง ซึ่งเฟดกำลังจับตาสถานการณ์อย่างใกล้ชิด และพร้อมที่จะปรับนโยบาย หากมีความจำเป็น
ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ ปรับตัวลง 33.97 จุดหรือ 0.13% ปิดที่ 26,057.98 จุด ดัชนีเอสแอนด์พี 500 ร่วงลง 2.21 จุดหรือ 0.08% ปิด 2,793.9 จุด และดัชนีแนสแด็ก ร่วงลง 5.16 จุด หรือ 0.07% ปิดที่ 7,549.30 จุด
นอกจากนี้ บริษัทมีรายได้ 2.649 หมื่นล้านดอลลาร์ ต่ำกว่าตัวเลขคาดการณ์ของนักวิเคราะห์ที่ระดับ 2.657 หมื่นล้านดอลลาร์ ส่วนยอดขายของบริษัทเติบโต 3.2% ต่ำกว่าตัวเลขคาดการณ์ของนักวิเคราะห์ที่ระดับ 4.5%
ด้านราคาหุ้นแคทเธอร์ พิลลาร์ ซึ่งเป็นบริษัทผลิตเครื่องมือก่อสร้างขนาดใหญ่ที่สุดในโลก ดิ่งลงหลังจากธนาคารยูบีเอส ประกาศปรับลดอันดับความน่าลงทุนของหุ้นแคทเธอร์ พิลลาร์ โดยระบุถึงอุปสงค์ในภาคก่อสร้างที่ชะลอตัวลงทั่วโลก
ยูบีเอส ปรับลดอันดับความน่าลงทุนของหุ้นแคทเธอร์ พิลลาร์ สู่ sell จากเดิมที่ buy พร้อมทั้งปรับลดตัวเลขเป้าหมายราคาหุ้นแคทเธอร์ พิลลาร์ในช่วง 12 เดือน สู่ระดับ 125 ดอลลาร์ จากเดิมที่ระดับ 154 ดอลลาร์





