หุ้นสหรัฐ ปิดตลาดวันอังคาร (29ม.ค.)ตามเวลาสหรัฐไร้ทิศทางโดยดัชนีดาวโจนส์ ปิดปรับตัวขึ้น ส่วนดัชนีเอสแอนด์พี500 และแนสแด็ก ปิดปรับตัวลง ขณะนักลงทุนจับตาผลการประชุมเฟด
และการเจรจาการค้าระหว่างสหรัฐและจีนในสัปดาห์นี้
ดัชนีอุตสาหกรรมดาวโจนส์ ปรับตัวขึ้น 0.21% ปิดที่ 24,579.96 จุด ดัชนีเอสแอนด์พี 500 ปรับตัวลง 0.15% ปิดที่ 2,640 จุด หลังถูกกดดันจากหุ้นกลุ่มเทคโนโลยีและกลุ่มสื่อสารโทรคมนาคม และดัชนีแนสแด็ก ปรับตัวลง 0.81% ปิดที่ 7,028.29 จุด
ทั้งนี้ เฟด จะจัดการประชุมนโยบายการเงินในวันที่ 29-30 ม.ค. ซึ่งนักวิเคราะห์คาดการณ์ว่า เฟดจะคงอัตราดอกเบี้ยในการประชุมครั้งนี้ และเฟดจะตัดสินใจเกี่ยวกับกำหนดเวลาในการยุติการปรับลดการถือครองพันธบัตรในงบดุลของเฟด
หนังสือพิมพ์วอลล์สตรีท เจอร์นัลรายงานว่า เฟด อาจยุติการปรับลดงบดุลเร็วกว่าที่คาดไว้ก่อนหน้านี้ ซึ่งทำให้มีการคาดการณ์ว่า เฟดจะชะลอการปรับนโยบายการเงินสู่ภาวะปกติ และบ่งชี้ว่าเฟดจะไม่ปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในปีนี้ จากเดิมที่เฟดส่งสัญญาณปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย 2 ครั้งในปีนี้ โดยนักลงทุนจับตาปัจจัยดังกล่าว เนื่องจากจะเป็นสิ่งบ่งชี้ว่าเฟดจะคุมเข้มนโยบายการเงินนานเท่าใด หลังจากที่การปรับลดงบดุลของเฟดเป็นปัจจัยกดดันตลาดก่อนหน้านี้
เฟดเริ่มปรับลดงบดุลในเดือนต.ค.2560 โดยขณะนั้นงบดุลของเฟดมีมูลค่าสูงกว่า 4.5 ล้านล้านดอลลาร์ ซึ่งในการปรับลดงบดุลนั้น เฟดจะปล่อยให้พันธบัตรจำนวนหนึ่งครบอายุโดยไม่มีการนำรายได้ไปลงทุนในพันธบัตรใหม่ ซึ่งวงเงินการปรับลดงบดุลสูงสุดคือ 5 หมื่นล้านดอลลาร์/เดือน ส่วนเมื่อเดือนที่แล้ว เฟดได้ปรับลดงบดุล 3.4 หมื่นล้านดอลลาร์ ขณะที่วงเงินการปรับลดงบดุลทั้งหมดของเฟดอยู่ที่ระดับ 4 แสนล้านดอลลาร์
นอกจากนี้ ตลาดยังจับตาการเจรจาการค้าระหว่างสหรัฐและจีนในสัปดาห์นี้ โดยนายหลิว เหอ รองนายกรัฐมนตรีจีน จะเดินทางถึงสหรัฐในวันที่ 30-31 ม.ค.เพื่อเจรจาการค้ากับเจ้าหน้าที่สหรัฐ และคาดหวังที่จะยุติข้อพิพาททางการค้าที่ยืดเยื้อมาเป็นระยะเวลานานหลายเดือน





