วันอาทิตย์ ที่ 18 ตุลาคม 2569

Login
Login

ผิดหวังผลประกอบการฉุดดาวโจนส์ทรุดกว่า200จุด

ราคาหุ้นของแคทเธอร์ พิลลาร์ถือเป็นตัวชี้วัดสภาวะการค้าของสหรัฐ เนื่องจากมีการลงทุนจำนวนมากในต่างประเทศ

ดัชนีดาวโจนส์ ปิดตลาดวันจันทร์ (28ม.ค.)ตามเวลาสหรัฐ ปรับตัวร่วงลงกว่า 200 จุด หลังการเปิดเผยผลประกอบการที่น่าผิดหวังของบริษัทแคทเธอร์ พิลลาร์ รวมทั้งการที่บริษัทเอ็นวิเดีย คอร์ป ซึ่งเป็นผู้ผลิตชิปรายใหญ่ของสหรัฐ ประกาศปรับลดตัวเลขคาดการณ์รายได้ของบริษัทประจำไตรมาส 4 ในปีที่แล้ว ขณะเดียวกัน นักลงทุนจับตาการเจรจาการค้าระหว่างสหรัฐและจีนในสัปดาห์นี้ รวมทั้งการประชุมนโยบายการเงินของธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ในวันที่ 29-30 ม.ค.

ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ ร่วงลง 208.98 จุด หรือ 0.84% ปิดที่ 24,528.22 จุด ดัชนีเอสแอนด์พี 500  ร่วงลง 20.91 จุดหรือ 0.78 % ปิดที่ 2,643.85 จุด และดัชนีแนสแด็ก ปรับตัวลง 79.18 จุดหรือ 1.11 % ปิดที่ 7,085.69 จุด

ทั้งนี้ ราคาหุ้นแคทเธอร์ พิลลาร์ ซึ่งเป็นบริษัทผลิตเครื่องมือก่อสร้างขนาดใหญ่ที่สุดในโลก ดิ่งลง 9% ในวันนี้ หลังบริษัทเผยตัวเลขกำไรในไตรมาส 4 ต่ำกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ไว้ โดยได้รับผลกระทบจากการทำสงครามการค้าระหว่างสหรัฐและประเทศคู่ค้า โดยบริษัทมีกำไร 2.55 ดอลลาร์/หุ้น เมื่อเทียบกับตัวเลขคาดการณ์ที่ระดับ 2.99 ดอลลาร์/หุ้น แต่รายได้อยู่ที่ 1.434 หมื่นล้านดอลลาร์ ขณะที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ที่ระดับ 1.433 หมื่นล้านดอลลาร์

ส่วนราคาหุ้นบริษัทเอ็นวิเดีย คอร์ป ทรุดลงกว่า 17% หลังประกาศปรับลดตัวเลขคาดการณ์รายได้ของบริษัทประจำไตรมาส 4 ในปีที่แล้ว สู่ระดับ 2.20 พันล้านดอลลาร์ เมื่อเทียบกับตัวเลขคาดการณ์ก่อนหน้านี้ที่ระดับ 2.70 พันล้านดอลลาร์ เพราะผลกระทบจากปัจจัยเศรษฐกิจมหภาค โดยเฉพาะการชะลอตัวของเศรษฐกิจจีน ซึ่งเอ็นวิเดีย จะเปิดเผยผลประกอบการประจำไตรมาส 4 ในวันที่ 14 ก.พ.

ขณะที่ตลาดการเงินจับตาการเจรจาการค้าระหว่างสหรัฐและจีนในสัปดาห์นี้ โดยนายหลิว เหอ รองนายกรัฐมนตรีจีน จะเดินทางถึงสหรัฐในวันที่ 30-31 ม.ค.เพื่อเจรจาการค้ากับเจ้าหน้าที่สหรัฐ และคาดหวังที่จะยุติข้อพิพาททางการค้าที่ยืดเยื้อมาเป็นระยะเวลานานหลายเดือน

 ด้านเฟดจะจัดการประชุมนโยบายการเงินในวันที่ 29-30 ม.ค. ซึ่งนักวิเคราะห์คาดการณ์ว่า เฟดจะคงอัตราดอกเบี้ยในการประชุมครั้งนี้ แต่เฟดจะตัดสินใจเกี่ยวกับกำหนดเวลาในการยุติการปรับลดการถือครองพันธบัตรในงบดุลของเฟด