วอลล์สตรีท เจอร์นัลรายงานว่า เจ้าหน้าที่เฟดจะตัดสินใจเกี่ยวกับกำหนดเวลาในการยุติการปรับลดการถือครองพันธบัตรในงบดุลของเฟด ในการประชุมนโยบายการเงินในวันที่ 29-30 ม.ค.นี้
ดัชนีดาวโจนส์ ปิดตลาดวันศุกร์ (25ม.ค.)ปรับตัวขึ้นกว่า 100 จุด ขณะที่มีแนวโน้มปรับตัวขึ้นเป็นสัปดาห์ที่ 5 จากปัจจัยบวกหลายประการที่ช่วยหนุนตลาด โดยนักลงทุนคาดการณ์ว่าการปิดหน่วยงานรัฐบาล (ชัตดาวน์) จะยุติลงในไม่ช้า และการเจรจาการค้าระหว่างสหรัฐและจีนจะประสบความคืบหน้า รวมทั้งธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) อาจเสร็จสิ้นการปรับลดงบดุลเร็วกว่าที่คาดการณ์ไว้ก่อนหน้านี้
ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ ปรับตัวขึ้น 183.96 จุดหรือ 0.75% ปิดที่ 24,737.2 จุด ดัชนีเอสแอนด์พี 500 เพิ่มขึ้น 22.43 จุดหรือ 0.85% ปิดที่ 2,664.76 จุดและดัชนีแนสแด็ก เพิ่มขึ้น 91.40 จุดหรือ 1.29% ปิดที่ 7,164.86 จุด
ทั้งนี้ ภาวะชัตดาวน์ มีแนวโน้มใกล้ยุติลง หลังจากที่สมาชิกวุฒิสภากลุ่มหนึ่ง ซึ่งประกอบด้วยสมาชิกพรรคเดโมแครต และรีพับลิกัน ประกาศว่า จะเสนอร่างงบประมาณฉบับใหม่เพื่อให้พนักงานของรัฐบาลที่ได้รับผลกระทบจากการชัตดาวน์สามารถกลับเข้าทำงาน
ด้านประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ กล่าวว่า หากนายมิทช์ แมคคอนเนล ผู้นำเสียงข้างมากในวุฒิสภา และนายชัค ชูเมอร์ ผู้นำพรรคเดโมแครตในวุฒิสภา สามารถบรรลุข้อตกลงเพื่อยุติภาวะชัตดาวน์ เขาก็พร้อมที่จะให้การสนับสนุนข้อตกลงดังกล่าว
รายงานข่าวดังกล่าวมีขึ้น หลังจากที่วุฒิสภาสหรัฐคว่ำร่างกฎหมายงบประมาณ 2 ฉบับในการประชุมวานนี้ ซึ่งส่งผลให้ภาวะชัตดาวน์ในสหรัฐย่างเข้าสู่วันที่ 35 ซึ่งเป็นระยะเวลายาวนานที่สุดเป็นประวัติการณ์
ขณะที่นายสตีเวน มนูชิน รมว.คลังสหรัฐ กล่าวว่า เขามีความมั่นใจเกี่ยวกับการเจรจาการค้าระหว่างสหรัฐและจีน โดยทั้งสองฝ่ายกำลังมีความคืบหน้าอย่างมากในการเจรจา
นอกจากนี้ ตลาดยังได้ปัจจัยบวกจากการที่หนังสือพิมพ์วอลล์สตรีท เจอร์นัลรายงานว่า เฟดใกล้เสร็จสิ้นการปรับลดงบดุล ซึ่งเร็วกว่าที่คาดการณ์ไว้ก่อนหน้านี้
วอลล์สตรีท เจอร์นัลรายงานว่า เจ้าหน้าที่เฟดจะตัดสินใจเกี่ยวกับกำหนดเวลาในการยุติการปรับลดการถือครองพันธบัตรในงบดุลของเฟด ในการประชุมนโยบายการเงินในวันที่ 29-30 ม.ค.
นักลงทุนจับตาปัจจัยดังกล่าว เนื่องจากจะเป็นสิ่งบ่งชี้ว่าเฟดจะคุมเข้มนโยบายการเงินนานเท่าใด
ทั้งนี้ เฟดเริ่มการปรับลดงบดุลในเดือนต.ค.2560 ซึ่งขณะนั้นงบดุลของเฟดมีมูลค่าสูงกว่า 4.5 ล้านล้านดอลลาร์ ขณะที่นักลงทุนกังวลว่า การปรับลดงบดุลของเฟดจะเป็นปัจจัยกดดันตลาด
ในการปรับลดงบดุลนั้น เฟดจะปล่อยให้พันธบัตรจำนวนหนึ่งครบกำหนดอายุโดยไม่มีการนำรายได้ไปลงทุนในพันธบัตรใหม่ ซึ่งวงเงินการปรับลดงบดุลสูงสุดคือ 5 หมื่นล้านดอลลาร์/เดือน ส่วนเมื่อเดือนที่แล้ว เฟดได้ปรับลดงบดุล 3.4 หมื่นล้านดอลลาร์ ขณะที่วงเงินการปรับลดงบดุลทั้งหมดของเฟดอยู่ที่ระดับ 4 แสนล้านดอลลาร์





