กระทรวงพาณิชย์จีนออกแถลงการณ์ยืนยันว่า คณะผู้แทนของรัฐบาลสหรัฐจะเดินทางเยือนกรุงปักกิ่งในวันที่ 7-8 ม.ค.เพื่อเจรจาการค้ากับเจ้าหน้าที่ของจีน
สัญญาน้ำมันดิบตลาดสหรัฐ ปิดตลาดวันศุกร์ (4ม.ค.)ปรับตัวขึ้น 1.9% เหตุนักลงทุนเริ่มคลายความวิตกกังวลเกี่ยวกับสถานการณ์เศรษฐกิจโลก หลังจากจีนรับข้อเสนอเจรจาการค้ากับสหรัฐแต่สัญญาน้ำมันลดช่วงบวกลงไป หลังจากสำนักงานสารสนเทศด้านการพลังงานของรัฐบาลสหรัฐ (อีไอเอ) เผยสต็อกน้ำมันสหรัฐเพิ่มขึ้น สวนทางคาดการณ์
สัญญาน้ำมันดิบเวสต์เท็กซัส ส่งมอบเดือนก.พ. ซึ่งมีการซื้อขายที่ตลาดไนเม็กซ์ เพิ่มขึ้น 1.9% ปิดตลาดที่ 47.96 ดอลลาร์/บาร์เรล หลังจากพุ่งขึ้นเกือบ 3% ก่อนหน้านี้ ส่วนสัญญาน้ำมันดิบเบรนท์ ปรับตัวขึ้น 1.11 ดอลลาร์ หรือ 2% ปิดที่ราคา 57.06 ดอลลาร์/บาร์เรล
ทั้งนี้ อีไอเอ เปิดเผยว่า สต็อกน้ำมันดิบของสหรัฐเพิ่มขึ้น 7,000 บาร์เรลในสัปดาห์ที่แล้ว เมื่อเทียบกับที่นักวิเคราะห์คาดว่าจะลดลง 3.1 ล้านบาร์เรล แต่ราคาน้ำมันยังคงได้รับปัจจัยหนุนจากการผ่อนคลายความวิตกเกี่ยวกับการทำสงครามการค้าระหว่างสหรัฐและจีน
การประชุมระหว่างเจ้าหน้าที่ทั้งสองฝ่ายจะเป็นการเจรจาแบบหน้าต่อหน้าเป็นครั้งแรกนับตั้งแต่ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ และประธานาธิบดีสี จิ้นผิง ได้ตกลงที่จะสงบศึกการค้าชั่วคราวเป็นเวลา 90 วันเมื่อวันที่ 1 ธ.ค.ที่ผ่านมา
แถลงการณ์จากกระทรวงพาณิชย์เปิดเผยว่า นายเจฟฟรีย์ เกอร์ริช รองผู้แทนการค้าสหรัฐ (ยูเอสทีอาร์) จะนำคณะผู้แทนจากสหรัฐเยือนจีนในวันที่ 7-8 ม.ค. โดยรัฐมนตรีช่วยพาณิชย์จากทั้งสองฝ่ายได้สนทนาทางโทรศัพท์เมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา และจะมีการหารือเกี่ยวกับความพยายามในการบรรลุข้อตกลงเพื่อแก้ไขปัญหาข้อพิพาททางการค้า ต่อจากที่เจรจากันไว้นอกรอบการประชุม จี20 ที่อาร์เจนตินา





