หลังประธานเฟดส่งสัญญาณชะลอขึ้นดอกเบี้ย
ดัชนีดาวโจนส์ ปิดตลาดวันศุกร์ (4ม.ค.)ตามเวลาสหรัฐ ทะยานกว่า 700 จุด หลังจากที่นายเจอโรม พาวเวล ประธานธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ส่งสัญญาณชะลอการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย และเฟดพร้อมที่จะเปลี่ยนแปลงแผนการปรับลดงบดุล
นอกจากนี้ ตลาดวอลล์สตรีท ยังได้รับปัจจัยหนุนจากการเปิดเผยตัวเลขการจ้างงานที่แข็งแกร่งเกินคาดของสหรัฐ และการผ่อนคลายความวิตกเกี่ยวกับการทำสงครามการค้าระหว่างสหรัฐและจีน รวมทั้งได้ปัจจัยบวกจากการพุ่งขึ้นของหุ้นกลุ่มเทคโนโลยี
ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ ปรับตัวขึ้น 746.94 จุดหรือ 3.29 % ปิดที่ 23,433.16 จุด ดัชนีเอสแอนด์พี500 เพิ่มขึ้น 84.05 จุดหรือ 3.43% ปิดที่ 2,531.94 จุด และดัชนีแนสแด็ก บวก 275.35 จุดหรือ 4.26% ปิดที่ 6,738.86 จุด
นายพาวเวล ยังระบุว่า เฟดจะไม่ลังเลที่จะเปลี่ยนแปลงแผนการปรับลดงบดุล ถ้าหากว่าการดำเนินการดังกล่าวจะส่งผลกระทบต่อตลาดการเงิน พร้อมทั้งยืนยันว่า เขาจะไม่ลาออกจากตำแหน่ง ถ้าหากประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์เรียกร้องให้เขาลาออก
ขณะที่กระทรวงแรงงานสหรัฐ รายงานว่า ตัวเลขการจ้างงานนอกภาคเกษตรพุ่งขึ้นเกินคาดในเดือนธ.ค. โดยเพิ่มขึ้น 312,000 ตำแหน่ง ซึ่งเป็นระดับสูงสุดในรอบ 10 เดือน สูงกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ที่ระดับ 177,000 ตำแหน่ง
ส่วนอัตราการว่างงานดีดตัวสู่ระดับ 3.9% สูงกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ว่าจะทรงตัวที่ระดับ 3.7% ซึ่งเป็นระดับต่ำสุดในรอบ 49 ปี
ขณะเดียวกัน ตัวเลขค่าจ้างรายชั่วโมงโดยเฉลี่ยของแรงงาน เพิ่มขึ้น 11 เซนต์ หรือ 0.4% ในเดือนธ.ค. สูงกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ที่ระดับ 0.3% หลังจากเพิ่มขึ้น 0.2% ในเดือนพ.ย.
เมื่อเทียบรายปี ตัวเลขค่าจ้างรายชั่วโมงโดยเฉลี่ยของแรงงานพุ่งขึ้น 3.2% จากระดับ 3.1% ในเดือนพ.ย. ซึ่งตัวเลขค่าจ้างรายชั่วโมงเป็นข้อมูลที่เฟดให้ความสำคัญเพื่อหาสัญญาณบ่งชี้ภาวะเงินเฟ้อ





