หลังรองประธานเฟดให้ความเห็นว่าอัตราดอกเบี้ยนโยบายเข้าใกล้ระดับกลาง ซึ่งไม่กระตุ้นหรือเป็นอุปสรรคต่อการขยายตัวของเศรษฐกิจสหรัฐ
ราคาทองฟิวเจอร์ ปิดตลาดวันอังคาร (27พ.ย.)ตามเวลาสหรัฐ ปรับตัวลง เพราะผลพวงจากการแข็งค่าของดอลลาร์ ขณะที่นักลงทุนจับตาการทำสงครามการค้าระหว่างสหรัฐและจีน รวมทั้งการเคลื่อนไหวเกี่ยวกับอัตราดอกเบี้ย หลังจากรองประธานธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ว่า ขณะนี้อัตราดอกเบี้ยนโยบายของเฟดกำลังเข้าใกล้ระดับที่เป็นกลาง ซึ่งเป็นระดับที่ไม่ได้กระตุ้น หรือขัดขวางการขยายตัวของเศรษฐกิจสหรัฐ เมื่อเปรียบเทียบกับในช่วงที่เฟดเริ่มต้นวงจรการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในเดือนธ.ค.2558
สัญญาทองคำตลาดโคเม็กซ์ ส่งมอบเดือนธ.ค. ร่วงลง 7.90 ดอลลาร์ ปิดตลาดที่ราคา 1,213.40 ดอลลาร์/ออนซ์
ดอลลาร์ที่แข็งค่าขึ้น จะลดความน่าดึงดูดของทอง ทำให้สัญญาทองมีราคาแพงขึ้นสำหรับผู้ถือครองเงินสกุลอื่น เมื่อเวลา 23.09 น.ตามเวลาไทย ดัชนีดอลลาร์ ซึ่งเป็นดัชนีวัดความเคลื่อนไหวของดอลลาร์เมื่อเทียบกับสกุลเงินหลัก 6 สกุลในตะกร้าเงิน บวก 0.32% สู่ระดับ 97.39
ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ มีกำหนดเจรจาแก้ไขความขัดแย้งทางการค้ากับประธานาธิบดีสี จิ้นผิง นอกรอบการประชุมจี20 ที่กรุงบัวโนสไอเรส ประเทศอาร์เจนตินา ในปลายสัปดาห์นี้
และในการให้สัมภาษณ์กับหนังสือพิมพ์วอลล์สตรีท เจอร์นัล ปธน.ทรัมป์ กล่าวว่า แทบเป็นไปไม่ได้ที่สหรัฐจะชะลอการปรับขึ้นอัตราภาษีต่อสินค้านำเข้าจากจีนสู่ระดับ 25% ในวงเงิน 2 แสนล้านดอลลาร์ในวันที่ 1 ม.ค.ปีหน้า จากในขณะนี้ที่ระดับ 10% ทั้งยังขู่ว่าจะเก็บภาษีสินค้าจีนในวงเงินเพิ่มอีก 2.67 แสนล้านดอลลาร์ จากปัจจุบันในวงเงิน 2.5 แสนล้านดอลลาร์ หากไม่สามารถบรรลุข้อตกลงทางการค้ากับประธานาธิบดีสี จิ้นผิง ในการหารือนอกรอบการประชุมจี20





