ตลาดยังคงจับตาภาวะน้ำมันตึงตัวที่อาจเกิดจากการที่สหรัฐคว่ำบาตรอิหร่าน โดยแหล่งข่าวเปิดเผยว่า การส่งออกน้ำมันจากอิหร่านลดลงใกล้ระดับ 1.5 ล้านบาร์เรล/วันในช่วง 2 สัปดาห์แรกของเดือนนี้จากระดับ 2.5 ล้านบาร์เรลในเดือนเม.ย.
สัญญาน้ำมันดิบล่วงหน้าเวสต์เท็กซัส ปิดตลาดวันศุกร์ (26ต.ค.) ปรับตัวขึ้น แต่มีแนวโน้มร่วงลงเป็นสัปดาห์ที่ 3 ท่ามกลางการทรุดตัวของตลาดหุ้น และความกังวลว่าความขัดแย้งทางการค้าระหว่างสหรัฐและประเทศคู่ค้าจะส่งผลกระทบต่อการขยายตัวของเศรษฐกิจโลก นอกจากนี้ ตลาดยังถูกกดดันจากการที่ซาอุดีอาระเบียเตือนเกี่ยวกับภาวะน้ำมันล้นตลาดในปลายปีนี้
สัญญาน้ำมันดิบเวสต์เท็กซัส ส่งมอบเดือนพ.ย. ซึ่งมีการซื้อขายที่ตลาดไนเม็กซ์ เพิ่มขึ้น 26 เซนต์ ปิดที่ราคา 67.58 ดอลลาร์/บาร์เรล ส่วนสัญญาน้ำมันดิบเบรนท์ เพิ่มขึ้น 72 เซนต์ ปิดที่ 77.61 ดอลลาร์/บาร์เรล
ที่ผ่านมา ตลาดหุ้นและตลาดการเงินได้รับผลกระทบจากสงครามการค้าระหว่างสหรัฐและจีน การดิ่งลงของสกุลเงินในตลาดเกิดใหม่ อัตราดอกเบี้ยที่เพิ่มขึ้น การพุ่งขึ้นของอัตราผลตอบแทนพันธบัตร และความกังวลเกี่ยวกับการขาดดุลงบประมาณของอิตาลี ขณะที่การร่วงลงของอัตราค่าระวางในการขนส่งทางเรือ ก็เป็นสัญญาณถึงการชะลอตัวของการค้าทั่วโลก
นอกจากนี้ แหล่งข่าวยังระบุว่า โรงกลั่นน้ำมันของจีน 2 แห่งไม่มีแผนที่จะสั่งซื้อน้ำมันดิบจากอิหร่านในเดือนหน้า
ทั้งนี้ สหรัฐเรียกร้องให้ประเทศต่างๆ ระงับการซื้อน้ำมันดิบจากอิหร่านโดยสิ้นเชิงภายในวันที่ 4 พ.ย. มิฉะนั้นจะถูกสหรัฐทำการคว่ำบาตร ซึ่งวันที่ 4 พ.ย.ถือเป็นวันครบกำหนด 180 วันนับจากวันที่ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ประกาศถอนตัวจากข้อตกลงนิวเคลียร์อิหร่านในเดือนพ.ค. และจะทำให้ปธน.ทรัมป์สามารถออกคำสั่งคว่ำบาตรอิหร่านครั้งใหม่ ซึ่งนักวิเคราะห์คาดการณ์ว่ามาตรการคว่ำบาตรอิหร่าน จะส่งผลให้ปริมาณน้ำมันในตลาดลดลงราว 500,000-2,000,000 บาร์เรล





