สัญญาน้ำมันดิบล่วงหน้าเวสต์เท็กซัส ปิดตลาดวันพุธ(3ต.ค.)ตามเวลาสหรัฐ ปรับตัวเพิ่มขึ้น 1.6% ท่ามกลางความกังวลว่าตลาดจะเผชิญหน้ากับภาวะน้ำมันดิบตึงตัวของบรรดานักลงทุน
สัญญาน้ำมันดิบเวสต์เท็กซัส ส่งมอบเดือนพ.ย. ซึ่งมีการซื้อขายทางระบบอิเล็กทรอนิกส์ที่ตลาดไนเม็กซ์ บวก 1.18 ดอลลาร์ หรือ 1.6% ปิดที่ราคา 76.41 ดอลลาร์/บาร์เรล ส่วนสัญญาน้ำมันดิบเบรนท์ เพิ่มขึ้น 1.49 ดอลลาร์ หรือ 1.8% ปิดที่ราคา 86.29 ดอลลาร์/บาร์เรล
ทั้งนี้ อีไอเอ เปิดเผยว่า สต็อกน้ำมันดิบของสหรัฐเพิ่มขึ้น 8 ล้านบาร์เรลในสัปดาห์ที่แล้วแต่สต็อกน้ำมันเบนซินลดลง 459,000 บาร์เรล ขณะที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ว่า เพิ่มขึ้น 1.3 ล้านบาร์เรล
ส่วนสต็อกน้ำมันกลั่น ซึ่งรวมถึงฮีตติ้งออยล์และน้ำมันดีเซล ลดลง 1.8 ล้านบาร์เรล ขณะที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ว่าลดลง 1.3 ล้านบาร์เรล สต็อกน้ำมันดิบที่เมืองคูชิง รัฐโอกลาโฮมา ซึ่งเป็นจุดส่งมอบสัญญาน้ำมันดิบล่วงหน้าของสหรัฐ เพิ่มขึ้น 1.7 ล้านบาร์เรล
อย่างไรก็ตาม นักลงทุนยังกังวลว่าน้ำมันในตลาดโลกจะเกิดภาวะตึงตัวจากกรณีสหรัฐคว่ำบาตรอิหร่าน โดยผลสำรวจล่าสุดบ่งชี้ว่า การผลิตน้ำมันของอิหร่านลดลง 100,000 บาร์เรล/วันในเดือนก.ย. ส่วนการผลิตน้ำมันของกลุ่มประเทศผู้ส่งออกน้ำมัน (โอเปก) เพิ่มขึ้น 90,000 บาร์เรล/วัน
บริษัทซิโนเปคของจีน แถลงว่า บริษัทได้ลดการนำเข้าน้ำมันดิบจากอิหร่านลงครึ่งหนึ่งในเดือนนี้ โดยที่ผ่านมา จีนถือเป็นผู้ซื้อน้ำมันรายใหญ่ที่สุดของอิหร่าน
การส่งออกน้ำมันของอิหร่านได้รับผลกระทบจากการที่ผู้ซื้อน้ำมันพากันลดคำสั่งซื้อน้ำมันจากอิหร่าน ขณะที่ใกล้ถึงกำหนดเวลาที่สหรัฐจะทำการคว่ำบาตรน้ำมันจากอิหร่าน โดยสหรัฐเรียกร้องให้ประเทศต่างๆ ระงับการซื้อน้ำมันดิบจากอิหร่านโดยสิ้นเชิงภายในวันที่ 4 พ.ย. มิฉะนั้นจะถูกสหรัฐทำการคว่ำบาตร ซึ่งวันที่ 4 พ.ย.ถือเป็นวันครบกำหนด 180 วันนับจากวันที่ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ประกาศถอนตัวจากข้อตกลงนิวเคลียร์อิหร่านในเดือนพ.ค. และจะทำให้ปธน.ทรัมป์สามารถออกคำสั่งคว่ำบาตรอิหร่านครั้งใหม่





