ดัชนีดาวโจนส์ ปิดตลาดวันพฤหัสบดี (30ส.ค.)ตามเวลาท้องถิ่น ปรับตัวลงกว่า 100 จุด ก่อนถึงเส้นตายการเจรจาการค้าระหว่างสหรัฐและแคนาดาในวันศุกร์ ตามเวลาท้องถิ่นและตลาดยังได้รับแรงกดดันจากวิกฤตการเงินในตุรกีและอาร์เจนตินา
ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ ร่วงลง 137.65 จุดหรือ 0.53% ปิดที่ 25,986.92 จุด ดัชนีเอสแอนด์พี 500 ลบ 12.91 จุดหรือ 0.44% ปิดที่ 2,901.13 จุด และดัชนีแนสแด็ก ร่วงลง 21.32 จุดหรือ 0.26% ปิดตลาดที่ 8,088.36 จุด
ทั้งนี้ ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ แสดงความหวังว่าแคนาดาจะบรรลุข้อตกลงการค้าเสรีอเมริกาเหนือ (นาฟต้า) ฉบับใหม่ภายในวันศุกร์
“ผมคิดว่าแคนาดามีความต้องการอย่างมากที่จะทำข้อตกลง ซึ่งมันจะเป็นเรื่องที่ไม่ดีเลยถ้าพวกเขาไม่ทำข้อตกลง เราให้เวลาถึงวันศุกร์นี้ และผมคิดว่าเราจะประสบความสำเร็จ” ปธน.ทรัมป์ กล่าว
ด้านนางคริสเทีย ฟรีแลนด์ รมว.ต่างประเทศแคนาดา กล่าวว่า การเจรจาข้อตกลงนาฟต้ากับสหรัฐ กำลังอยู่ในช่วงเวลาที่สำคัญ และแคนาดาหวังที่จะเห็นการประนีประนอมเพื่อให้ทั้งสองฝ่ายได้รับชัยชนะ
ขณะเดียวกัน นักลงทุนจับตาวิกฤตการเงินในอาร์เจนตินา ซึ่งเป็นประเทศที่มีขนาดเศรษฐกิจใหญ่เป็นอันดับ 3 ในละตินอเมริกา โดยมีความกังวลกันว่ารัฐบาลอาร์เจนตินาอาจผิดนัดชำระหนี้จำนวนมาก
ธนาคารกลางอาร์เจนตินาประกาศปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย 15% ในวันนี้ สู่ระดับ 60% จากเดิมที่ระดับ 45% เพื่อสกัดเงินเฟ้อ และชะลอการดิ่งลงของค่าเงินเปโซอาร์เจนตินา นอกจากนี้ ธนาคารกลางอาร์เจนตินายังได้ประกาศปรับเพิ่มเงินทุนสำรองที่ธนาคารพาณิชย์ต้องฝากไว้ที่ธนาคารกลางในการคุมเข้มนโยบายการคลัง และพยุงค่าเงินเปโซด้วย




