วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

ดาวโจนส์ปิดบวกหลัง“ทรัมป์”วิพากษ์ประธานเฟด

นอกจากนี้  บริษัท เป๊ปซี่ โค ประกาศซื้อกิจการ โซดาสตรีม เป็นจำนวนเงิน 3.2 พันล้านดอลลาร์ (2.5 พันล้านยูโร) นับเป็นการเข้าซื้อกิจการของเป๊ปซี่เป็นครั้งแรก ตั้งแต่นางอินทรา นูยี ประธานคณะกรรมการบริหารประกาศลาออก หลังจากกุมบังเหียนบริษัทมานานกว่า 12 ปี

ดัชนีดาวโจนส์ ปิดตลาดวันจันทร์ (20ส.ค.)ตามเวลาท้องถิ่น ปรับตัวขึ้น ขานรับการทำข้อตกลงซื้อขายกิจการของบริษัทจดทะเบียน และการที่ประธานาธิบดีทรัมป์วิจารณ์ประธานธนาคารกลางสหรัฐกรณีที่เฟดมีนโยบายปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย ประกอบกับการที่ตลาดได้แรงหนุนจากการที่นักลงทุนคลายความกังวลการทำสงครามการค้าระหว่างสหรัฐและจีน

ดัชนีอุตสาหกรรมดาวโจนส์ ปรับตัวขึ้น 89.37 จุดหรือ 0.35% ปิดที่ 25,758.69 จุด ดัชนีเอสแอนด์พี500 เพิ่มขึ้น 6.92 จุดหรือ 0.24% ปิดที่  2,857.05 จุด และดัชนีแนสแด็ก เพิ่มขึ้น 4.68 จุดหรือ 0.06% ปิดที่ 7,821.01 จุด

ทั้งนี้  หุ้นไนกี้ทะยานขึ้นมากที่สุดในการซื้อขายช่วงแรก 

ขณะที่ปธน.ทรัมป์  กล่าวแสดงความเห็นในงานระดมทุนที่บ้านของนายโฮเวิร์ด ลอร์เบอร์ ประธานบริษัทดักกลาส เอลลิแมน ซึ่งเป็นบริษัทอสังหาริมทรัพย์ว่า เขาคิดว่านายเจอโรม พาวเวล ประธานเฟด จะใช้นโยบายผ่อนคลายทางการเงิน และจะไม่ดำเนินการอย่างเข้มงวดจนเกินไป ขณะที่มีการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย

เฟด ได้ปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย 5 ครั้งนับตั้งแต่ที่นายทรัมป์เข้ารับตำแหน่งประธานาธิบดีสหรัฐในเดือนม.ค.ปีที่แล้ว เทียบกับที่เฟดปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยเพียง 1 ครั้งในสมัยของอดีตประธานาธิบดีบารัก โอบามา และเฟดยังส่งสัญญาณปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยอีก 2 ครั้งก่อนสิ้นปีนี้ และอีก 3 ครั้งในปีหน้า

นอกจากนี้ นักลงทุน ยังคลายความวิตกกังวลเกี่ยวกับสถานการณ์ตึงเครียดด้านการค้าระหว่างสหรัฐและจีน หลังจากที่ทางการจีนยืนยันว่า คณะผู้แทนของจีนจะเดินทางไปยังสหรัฐภายในเดือนนี้ เพื่อเจรจากับเจ้าหน้าที่ของสหรัฐ โดยมีเป้าหมายที่จะคลี่คลายข้อพิพาททางการค้า ขณะที่หนังสือพิมพ์วอลล์สตรีท เจอร์นัล รายงานว่า การเจรจาดังกล่าวจะมีขึ้นในวันที่ 22-23 ส.ค. ซึ่งวันที่ 23 ส.ค.จะเป็นวันที่สหรัฐจะใช้มาตรการเรียกเก็บภาษีนำเข้าสินค้าจากจีนเพิ่มเติมในอัตรา 25% วงเงิน 1.6 หมื่นล้านดอลลาร์