ดัชนีดาวโจนส์และดัชนีหลักอีก2ตัวของตลาดหุ้นสหรัฐ ปิดตลาดวันอังคาร (3ก.ค.)ตามเวลาสหรัฐ ในแดนลบ เพราะถูกถ่วงจากหุ้นกลุ่มเทคโนโลยีที่ปิดปรับตัวลงรวมทั้งหุ้นเฟซบุ๊คและหุ้นบริษัทแอ๊ปเปิ้ล ก่อนหน้าที่ตลาดหุ้นจะปิดทำการเนื่องในวันชาติ 4 ก.ค.
ทั้งนี้ ดัชนีอุตสาหกรรมดาวโจนส์ ปรับตัวลง 0.54 % ปิดตลาดที่ 24,174.82 จุด ดัชนีเอสแอนด์พี 500 ร่วงลง 0.49 % ปิดที่ 2,713.22 จุด และดัชนีแนสแด็ก ลบ 0.86% ปิดที่ 7,502.67 จุด
ราคาหุ้นเฟซบุ๊ค ปรับตัวลง 2.35% หลังจากวอชิงตันโพสต์ รายงานว่า รัฐบาลกลางสหรัฐกำลังสอบสวนกรณีข้อมูลผู้ใช้งานเฟซบุ๊ครั่วไหล ซึ่งโยงใยถึงบริษัทแคมบริดจ์ อะนาลิติกา และขยายผลการสอบสวนไปถึงหน่วยงานต่างๆของรัฐบาลเพิ่มขึ้น ส่วนราคาหุ้นบริษัทแอ๊ปเปิ้ล ปรับตัวร่วงลง 1.7% ถ่วงให้ดัชนีเอสแอนด์พี ปรับตัวร่วงลง 1.37%
นอกจากนี้ นักลงทุนยังจับตาการเปิดเผยรายงานการประชุมของธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ประจำวันที่ 12-13 มิ.ย.ในวันพฤหัสบดีนี้ ตามเวลาท้องถิ่น รวมทั้งตัวเลขจ้างงานนอกภาคเกษตรประจำเดือนมิ.ย.ในวันศุกร์นี้ เพื่อหาสิ่งบ่งชี้ทิศทางการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยสหรัฐในปีนี้
ขณะเดียวกัน นักลงทุนจับตาวันที่ 6 ก.ค. ซึ่งเป็นวันที่สหรัฐเตรียมเรียกเก็บภาษี 25% ต่อสินค้านำเข้าจากจีนจำนวนมากกว่า 800 รายการ คิดเป็นมูลค่า 3.4 หมื่นล้านดอลลาร์ ขณะที่จีนก็เตรียมเก็บภาษี 25% ต่อสินค้าสหรัฐในวงเงินเดียวกันในวันดังกล่าวเช่นกัน





