ขณะเจ้าหน้าที่สหรัฐมองต่างมุมกรณีเรียกเก็บภาษีต่อประเทศคู่ค้า
ดัชนีดาวโจนส์ ปิดตลาดวันอังคาร (26มิ.ย.)ตามเวลาสหรัฐ ปรับตัวขึ้น อานิสงส์จากแรงหนุนของหุ้นกลุ่มพลังงานและกลุ่มบริษัทเทคโนโลยีที่ปรับตัวขึ้น ขณะที่เจ้าหน้าที่สหรัฐแสดงความเห็นที่แตกต่างกันเกี่ยวกับการเรียกเก็บภาษีของสหรัฐต่อประเทศคู่ค้า
ดัชนีอุตสาหกรรมดาวโจนส์ ปรับตัวขึ้น 30.31 จุดหรือ 0.12% ปิดที่ 24,283.11 จุด ดัชนีเอสแอนด์พี500 เพิ่มขึ้น 5.99 จุดหรือ 0.22% ปิดที่ 2,723.06 จุดและดัชนีแนสแด็กบวก 29.62 จุดหรือ 0.39% ปิดที่ 7,561.63 จุด
หุ้นกลุ่มเทคโนโลยีและหุ้นกล่มพลังงานพุ่งขึ้นนำตลาดวันนี้ ขณะที่หุ้นอเมริกัน เอ็กซ์เพรสทะยานขึ้นมากที่สุดในการซื้อขายช่วงแรก
อย่างไรก็ตาม ดัชนีดาวโจนส์ปิดร่วงลงกว่า 300 จุดเมื่อคืนนี้ เนื่องจากนักลงทุนวิตกว่า การทำสงครามการค้าอาจลุกลามเป็นวงกว้าง หลังจากรัฐบาลสหรัฐประกาศแผนการออกมาตรการจำกัดการลงทุนต่อทุกประเทศทั่วโลก ไม่ใช่เฉพาะจีนเท่านั้น
นายสตีเวน มนูชิน รมว.คลังสหรัฐ ทวีตข้อความระบุว่า สหรัฐเตรียมออกแถลงการณ์จำกัดการลงทุนต่อทุกประเทศทั่วโลก ไม่ใช่เฉพาะจีน หากพบว่าประเทศใดละเมิดสิทธิทรัพย์สินทางปัญญาต่อสินค้าด้านเทคโนโลยีของสหรัฐ
บริษัทเจเนอรัล อิเลคทริค (จีอี) เปิดเผยว่า เตรียมขายธุรกิจดูแลสุขภาพ รวมทั้งธุรกิจให้บริการด้านน้ำมัน เพื่อพุ่งความสนใจต่อธุรกิจผลิตเครื่องยนต์ไอพ่น, โรงไฟฟ้า และพลังงานสะอาดในช่วง 12-18 เดือนข้างหน้า รวมทั้งขายบริษัทเบเกอร์ ฮิวจ์ ธุรกิจให้บริการด้านน้ำมัน ในช่วงเวลา 2-3 ปี เพื่อสร้างผลตอบแทนแก่ผู้ถือหุ้น และสร้างความแข็งแกร่งต่อสถานะการเงินของบริษัทโดยการลดหนี้ และเพิ่มเงินสด
ราคาหุ้นจีอีพุ่งขึ้น 6% ในการซื้อขายวันนี้ ขานรับข่าวการขายกิจการดังกล่าว





