ปิดตลาดราคาทะลุ 71 ดอลลาร์สูงสุดในรอบ 3 ปีครึ่ง
สัญญาน้ำมันดิบล่วงหน้าเวสท์เท็กซัส ปิดตลาดวันพุธ (9พ.ค.)พุ่งขึ้นไม่หยุด ล่าสุดทะยานขึ้นเกือบ 3% แตะระดับสูงสุดในรอบ 3 ปีครึ่งทะลุระดับ 71 ดอลลาร์ในวันนี้ หลังจากที่สำนักงานสารสนเทศด้านการพลังงานของรัฐบาลสหรัฐ (อีไอเอ) เปิดเผยว่า สต็อกน้ำมันดิบและน้ำมันเบนซินต่างก็ปรับตัวลงในสัปดาห์ที่แล้ว และราคาน้ำมัน ยังได้แรงหนุนจากการที่ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ประกาศถอนตัวจากข้อตกลงนิวเคลียร์อิหร่านเมื่อวานนี้
สัญญาน้ำมันดิบเวสต์เท็กซัส ส่งมอบเดือนมิ.ย. ซึ่งมีการซื้อขายทางระบบอิเล็กทรอนิกส์ที่ตลาดไนเม็กซ์ เพิ่มขึ้น 2.08 ดอลลาร์ หรือ 3% ปิดตลาดที่ราคา 71.14 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ส่วนสัญญาน้ำมันดิบเบรนท์ ปรับตัวขึ้น 2.36 ดอลลาร์ หรือ 3.2% ปิดที่ราคา 77.43 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล
ทั้งนี้ อีไอเอ เปิดเผยว่า สต็อกน้ำมันดิบของสหรัฐลดลง 2.2 ล้านบาร์เรลในสัปดาห์ที่แล้ว ขณะที่สต็อกน้ำมันเบนซินลดลง 2.2 ล้านบาร์เรลเช่นกัน ขณะที่การผลิตน้ำมันดิบของสหรัฐเพิ่มขึ้นแตะระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์ที่ระดับ 10.7 ล้านบาร์เรล/วัน
ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ประกาศนำสหรัฐถอนตัวออกจากข้อตกลงนิวเคลียร์อิหร่านเมื่อวานนี้ และระบุว่าจะดำเนินการคว่ำบาตรต่ออิหร่านในระดับสูงสุด ซึ่งจะปูทางให้สหรัฐทำการคว่ำบาตรอิหร่านครั้งใหม่หลังจากนี้ 180 วัน นอกจากว่าสหรัฐจะมีการบรรลุข้อตกลงใหม่ภายในช่วงเวลาดังกล่าว
นักวิเคราะห์คาดการณ์ว่า สหรัฐจะประกาศคว่ำบาตรการส่งออกน้ำมันของอิหร่านจำนวน 200,000-1,000,000 บาร์เรล/วัน โดยตลาดจะเริ่มได้รับผลกระทบจากการคว่ำบาตรดังกล่าวตั้งแต่ปีหน้า แต่แม้ว่ามาตรการคว่ำบาตรของสหรัฐ จะส่งผลกระทบต่อการส่งออกน้ำมันของอิหร่าน แต่รัฐบาลซาอุดีอาระเบีย ก็ให้คำมั่นว่าจะรักษาเสถียรภาพในตลาดน้ำมันต่อไป เพื่อประโยชน์ของผู้ผลิตและผู้บริโภค และเพื่อการเติบโตอย่างยั่งยืนของเศรษฐกิจทั่วโลก
ขณะนี้ อิหร่านนับเป็นประเทศผู้ส่งออกน้ำมันรายใหญ่ของโลก โดยเป็นผู้ส่งออกน้ำมันรายใหญ่อันดับ 3 ของกลุ่มประเทศผู้ส่งออกน้ำมัน (โอเปก) โดยอิหร่านส่งออกน้ำมันมากกว่า 2.6 ล้านบาร์เรล/วัน หลังจากที่มีการลงนามในข้อตกลงในปี 2558 กับกลุ่มประเทศ P5+1 ซึ่งได้แก่ จีน รัสเซีย อังกฤษ ฝรั่งเศส สหรัฐ และเยอรมนี ซึ่งข้อตกลงดังกล่าวกำหนดให้ P5+1 ผ่อนปรนการคว่ำบาตรต่ออิหร่าน เพื่อแลกกับการที่อิหร่านระงับการพัฒนาโครงการอาวุธนิวเคลียร์





