ตลาดหุ้นสหรัฐปิดไร้ทิศทาง โดยดัชนีอุตสาหกรรมดาวโจนส์ ปิดตลาดปรับตัวขึ้น สวนทางดัชนีเอสแอนด์พี500 และดัชนีแนสแด็ก ที่ถูกกดดันจากราคาหุ้นบริษัทประกันชั้นนำ หลังบริษัทเผยผลประกอบการรายไตรมาสต่ำกว่าคาด
ดัชนีอุตสาหกรรมดาวโจนส์ ปิดตลาดวันพฤหัสบดี (3พ.ค.)ปรับตัวขึ้น 5.17 จุดหรือ 0.02% ปิดที่ 23,930.15 จุด ดัชนีเอสแอนด์พี 500 ปรับตัวลง 5.94 จุดหรือ 0.23% ปิดที่ 2,629.73 จุดและดัชนีแนสแด็ก ร่วง 12.75 จุดหรือ 0.18% ปิดที่ 7,088.15 จุด
ทั้งนี้ ดัชนีเอสแอนด์พี 500 ปิดตลาดในแดนลบเพราะถูกกดดันจากราคาหุ้นบริษัทอเมริกัน อินเตอร์เนชั่นแนล กรุ๊ป อิงค์ (เอไอจี)บริษัทประกันชั้นนำของสหรัฐ และบริษัทคาร์ดินัล เฮลธ์ อิงค์ บริษัทจัดจำหน่ายยาปรับตัวร่วงลงหลังจากบริษัทรายงานผลประกอบการรายไตรมาสที่น่าผิดหวัง โดยหุ้นเอไอจี ร่วง 5.3% ส่วนหุ้นคาร์ดินัล เฮลธ์ ร่วง 21.4%
ขณะเดียวกัน กระทรวงพาณิชย์สหรัฐ เปิดเผยว่า คำสั่งซื้อภาคโรงงานของสหรัฐเพิ่มขึ้น 1.6% ในเดือนมี.ค. หลังจากดีดตัวขึ้น 1.6% เช่นกันในเดือนก.พ. โดยยอดสั่งซื้อที่ปรับตัวขึ้นได้รับผลบวกจากการพุ่งขึ้นของคำสั่งซื้อเครื่องบิน
นักวิเคราะห์คาดการณ์ก่อนหน้านี้ว่า ยอดสั่งซื้อภาคโรงงานเพิ่มขึ้น 1.4% ในเดือนมี.ค. และเมื่อเทียบรายปี ยอดสั่งซื้อภาคโรงงานพุ่งขึ้น 7.7% ในเดือนมี.ค.
ส่วนยอดสั่งซื้อสินค้าทุนพื้นฐาน ที่ไม่รวมหมวดอาวุธและเครื่องบิน ลดลง 0.4% ในเดือนมี.ค. หลังจากพุ่งขึ้น 1.0% ในเดือนก.พ. โดยยอดสั่งซื้อดังกล่าวได้รับการจับตาว่าเป็นมาตรวัดความเชื่อมั่น และแผนการใช้จ่ายในภาคธุรกิจ
ขณะเดียวกัน กระทรวงพาณิชย์สหรัฐเปิดเผยว่า ตัวเลขขาดดุลการค้าของสหรัฐลดลงอย่างมากในเดือนมี.ค. ท่ามกลางการส่งออกที่พุ่งขึ้นเป็นประวัติการณ์ โดยตัวเลขขาดดุลการค้าของสหรัฐลดลง 15.2% สู่ระดับ 4.9 หมื่นล้านดอลลาร์ ซึ่งเป็นระดับต่ำสุดนับตั้งแต่เดือนก.ย.ปีที่แล้ว โดยต่ำกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ที่ระดับ 5.0 หมื่นล้านดอลลาร์ และลดลงจากระดับ 5.77 หมื่นล้านดอลลาร์ในเดือนก.พ.
สหรัฐขาดดุลการค้าลดลงในเดือนมี.ค. หลังจากที่ขาดดุลเพิ่มขึ้นติดต่อกัน 6 เดือน และสหรัฐขาดดุลการค้าต่อจีนลดลง 11.6% สู่ระดับ 2.59 หมื่นล้านดอลลาร์ในเดือนมี.ค. โดยการนำเข้าจากจีนลดลง 2.17% ขณะที่การส่งออกไปยังจีนพุ่งขึ้น 26.3%
หากปรับค่าตามเงินเฟ้อ สหรัฐขาดดุลการค้าลดลงสู่ระดับ 6.21 หมื่นล้านดอลลาร์ในเดือนมี.ค. จากระดับ 6.9 หมื่นล้านดอลลาร์ในเดือนก.พ.
กระทรวงพาณิชย์ยังเปิดเผยด้วยว่า การส่งออกสินค้าและบริการเพิ่มขึ้น 2.0% สู่ระดับ 2.085 แสนล้านดอลลาร์ในเดือนมี.ค. ซึ่งเป็นระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์ โดยได้รับแรงหนุนจากการส่งออกเครื่องบิน และถั่วเหลือง
ส่วนการนำเข้าสินค้าและบริการลดลง 1.8% สู่ระดับ 2.575 แสนล้านดอลลาร์ในเดือนมี.ค. ท่ามกลางการลดลงของการนำเข้าอุปกรณ์คอมพิวเตอร์, เครื่องมือด้านการสื่อสาร และเซมิคอนดักเตอร์




