หลังนายกฯอิสราเอลแฉหลักฐานระบุอิหร่านแอบผลิตอาวุธนิวเคลียร์
สัญญาน้ำมันดิบล่วงหน้าเวสต์เท็กซัส ปิดตลาดวันจันทร์ (30เม.ย.)ตามเวลาสหรัฐ ทะยานขึ้น 47 เซนต์ หลังจากดิ่งลงกว่า 1% ในการซื้อขายช่วงแรก โดยได้รับแรงหนุนจากรายงานข่าวที่ว่า ผู้นำอิสราเอลได้เปิดเผยเอกสารจำนวนมากที่พิสูจน์ว่าอิหร่านกำลังดำเนินการโครงการลับเพื่อสร้างอาวุธนิวเคลียร์
สัญญาน้ำมันดิบเวสต์เท็กซัส ส่งมอบเดือนมิ.ย. ซึ่งมีการซื้อขายทางระบบอิเล็กทรอนิกส์ที่ตลาดไนเม็กซ์ เพิ่มขึ้น 47 เซนต์ ปิดตลาดที่ 68.57 ดอลลาร์/บาร์เรล ส่วนสัญญาน้ำมันดิบเบรนท์ เพิ่มขึ้น 56 เซนต์ ปิดที่ 75.20 ดอลลาร์/บาร์เรล
นายเบนจามิน เนทันยาฮู นายกรัฐมนตรีอิสราเอล เปิดเผยเอกสารจำนวนมากที่อ้างว่าได้รับจากอิหร่าน และพิสูจน์ว่า อิหร่านกำลังดำเนินการโครงการลับเพื่อสร้างอาวุธนิวเคลียร์
ก่อนหน้านี้ อิหร่านยืนยันว่าโครงการนิวเคลียร์ของตนเป็นโครงการนิวเคลียร์เพื่อสันติ แต่นายเนทันยาฮู ได้เปิดเผยเอกสารจำนวนหลายพันหน้า ซึ่งเขาระบุว่าได้ถูกคัดลอกสำเนามาจากสถานที่แห่งหนึ่งในอิหร่าน และมีรายละเอียดเกี่ยวกับการสร้างอาวุธนิวเคลียร์
นายเนทันยาฮูกล่าวว่า เอกสารดังกล่าวแสดงให้เห็นถึงหลักฐานใหม่ที่ทำให้ได้ข้อสรุปว่าอิหร่านมีโครงการลับในการสร้างอาวุธนิวเคลียร์ โดยได้ปิดบังไว้เป็นเวลาหลายปี
การประกาศดังกล่าวมีขึ้น หลังจากที่นายเนทันยาฮูได้สนทนาทางโทรศัพท์กับประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ในช่วงสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา โดยผู้นำทั้งสองได้หารือกันเกี่ยวกับภัยคุกคามในตะวันออกกลางที่เกิดจากอิหร่าน
นอกจากนี้ นายเนทันยาฮูยังได้พบปะกับนายไมค์ ปอมเปโอ รมว.ต่างประเทศสหรัฐ เมื่อวานนี้ ซึ่งทั้งสองก็ได้กล่าวโจมตีอิหร่าน
ทั้งนี้ ปธน.ทรัมป์ มีเวลาจนถึงวันที่ 12 พ.ค.ในการตัดสินใจว่าจะถอนตัวออกจากข้อตกลงนิวเคลียร์ที่ชาติมหาอำนาจทำไว้กับอิหร่านหรือไม่ โดยข้อตกลงฉบับนี้เกิดจากลงนามในปี 2558 ระหว่างอิหร่าน และกลุ่มประเทศ P5+1 ได้แก่ จีน รัสเซีย อังกฤษ ฝรั่งเศส สหรัฐ และเยอรมนี ซึ่งข้อตกลงดังกล่าวกำหนดให้ P5+1 ผ่อนปรนการคว่ำบาตรต่ออิหร่าน ในขณะที่อิหร่านจะต้องระงับการพัฒนาอาวุธนิวเคลียร์





