วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

ตึงเครียดตอ.กลางหนุนราคาน้ำมันเพิ่ม

นอกจากนี้ โอเปก ยังปรับเพิ่มคาดการณ์อุปสงค์น้ำมันโลกในปีนี้ โดยเพิ่มขึ้น 30,000 บาร์เรล/วัน สู่ระดับ 1.63 ล้านบาร์เรล/วัน โดยได้รับแรงหนุนจากสภาพอากาศที่หนาวเย็นกว่าที่คาดไว้ และการทำเหมืองจำนวนมากในอเมริกาและเอเชียแปซิฟิก

สัญญาน้ำมันดิบล่วงหน้าเวสต์เท็กซัส ปิดตลาดวันพฤหัสบดี (12เม.ย.)ตามเวลาท้องถิ่น ปรับตัวขึ้น โดยได้ปัจจัยหนุนจากความตึงเครียดในตะวันออกกลาง สต็อกน้ำมันโลกที่ลดลง และการคาดการณ์ที่ว่ากลุ่มประเทศผู้ส่งออกน้ำมัน (โอเปก) จะขยายเวลาปรับลดกำลังการผลิตออกไปจนถึงปีหน้า จากเดิมที่มีกำหนดสิ้นสุดในช่วงสิ้นปีนี้

สัญญาน้ำมันดิบเวสต์เท็กซัส ส่งมอบเดือนพ.ค. ซึ่งมีการซื้อขายทางระบบอิเล็กทรอนิกส์ที่ตลาดไนเม็กซ์ เพิ่มขึ้น 25 เซนต์  ปิดตลาดที่ 67.07 ดอลลาร์/บาร์เรล ส่วนสัญญาน้ำมันดิบเบรนท์ ร่วงลง 4 เซนต์ ปิดที่ราคา 72.02 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล

ทั้งนี้ กลุ่มกบฏฮูตีในเยเมนได้เปิดฉากยิงขีปนาวุธโจมตีกรุงริยาดของซาอุดิอาระเบีย ขณะที่ซาอุดิอาระเบียสามารถยิงสกัดขีปนาวุธลูกหนึ่ง ท่ามกลางเสียงระเบิดดังขึ้น 3 ครั้งพร้อมกลุ่มควันเหนือเมืองหลวงของซาอุดิอาระเบีย โดยกลุ่มกบฏฮูตีโจมตีกรุงริยาดเพื่อตอบโต้ซาอุดิอาระเบียที่โจมตีทางอากาศต่อฐานที่มั่นของกลุ่มกบฏ

สงครามกลางเมืองในเยเมนเปรียบเสมือนการทำสงครามตัวแทนระหว่างซาอุดิอาระเบียและอิหร่าน โดยซาอุดิอาระเบียให้การสนับสนุนรัฐบาลของประธานาธิบดีอับดราบูห์ มันซูร์ ฮาดี แต่อิหร่านให้การสนับสนุนกลุ่มกบฏฮูตีที่มีความจงรักภักดีต่ออดีตประธานาธิบดีอาลี อับดุลลาห์ ซาเลห์ โดยกลุ่มกบฏฮูตีครอบครองดินแดนทางตอนเหนือของประเทศ

การโจมตีกรุงริยาดของกลุ่มกบฏฮูตีครั้งนี้ถือเป็นครั้งที่ 4 ในรอบ 5 เดือน ขณะที่กองกำลังที่นำโดยซาอุดิอาระเบียทำการโจมตีทางอากาศต่อฐานที่มั่นของกลุ่มกบฏฮูตีในเยเมนจำนวนหลายพันครั้งในช่วงที่ผ่านมา จนส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตหลายร้อยคน

 ขณะเดียวกัน ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ขู่ว่าสหรัฐจะยิงขีปนาวุธถล่มซีเรีย เพื่อตอบโต้รัฐบาลของประธานาธิบดีบาชาร์ อัล-อัสซาดที่ได้ใช้อาวุธเคมีสังหารประชาชน แม้ว่าในวันต่อมา ปธน.ทรัมป์จะทวีตข้อความว่า การยิงขีปนาวุธโจมตีซีเรียอาจจะยังไม่เกิดขึ้นในเร็วๆนี้

กลุ่มประเทศโอเปก ออกรายงานภาวะตลาดน้ำมันประจำเดือนเม.ย.ในวันนี้ โดยคาดการณ์ว่า การผลิตน้ำมันของประเทศนอกกลุ่มโอเปกจะเพิ่มขึ้น 80,000 บาร์เรล/วันในปีนี้ สู่ระดับ 1.71 ล้านบาร์เรล/วัน จากการผลิตน้ำมันในสหรัฐและรัสเซียที่มากกว่าคาดในไตรมาสแรก

ทั้งนี้ การผลิตน้ำมันของโอเปกลดลง 201,000 บาร์เรล/วัน สู่ระดับ 31.96 ล้านบาร์เรล/วันในเดือนมี.ค. เมื่อเทียบกับเดือนก.พ. โดยอังโกลา แอลจีเรีย เวเนซุเอลา ซาอุดิอาระเบีย และลิเบียต่างลดกำลังการผลิต ส่วนสต็อกน้ำมันในกลุ่มประเทศที่พัฒนาแล้วลดลง 17.4 ล้านบาร์เรล สู่ระดับ 2.854 พันล้านบาร์เรล แต่ยังสูงกว่าระดับเฉลี่ยในรอบ 5 ปีอยู่ 43 ล้านบาร์เรล