รัฐมนตรีคลังสิงคโปร์ ในฐานะเจ้าภาพการประชุมรัฐมนตรีคลังอาเซียน ยังระบุว่า รัฐมนตรีคลังอาเซียนเตือนว่าอาจเกิดสงครามการค้าระหว่างสหรัฐและจีน พร้อมทั้งแสดงจุดยืนว่าอาเซียนสนับสนุนการค้า-การลงทุนที่เปิดกว้าง และเสรีที่จะเป็นกลไกสำคัญขับเคลื่อน
นายเฮง สวี กีต รัฐมนตรีคลังสิงคโปร์ กล่าวในการประชุมสุดยอดระดมทุนเพื่อพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานในสิงคโปร์ของธนาคารโลก เรียกร้องให้บรรดาชาติสมาชิกในอาเซียนเร่งหาแหล่งเงินทุนเพื่อนำมาพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานของแต่ละประเทศสมาชิก พร้อมทั้งหามาตรการต่างๆที่จะช่วยบรรเทาความเสี่ยงของบรรดานักลงทุน
พร้อมทั้งยกตัวอย่างความสำเร็จในเรื่องนี้ จากกรณีโครงการมูลค่า 2 พันล้านดอลลาร์ของบริษัทพีที ไพทอน เอนเนอร์ยี ผู้ผลิตน้ำมันรายใหญ่สุดอันดับสองของอินโดนีเซีย ที่ระดมทุนผ่านการออกตราสารหนี้ได้ 9 พันล้านดอลลาร์
“โอกาสยังมีอยู่มากแต่บรรดาชาติสมาชิกต้องช่วยกันผลักดันเรื่องนี้อย่างจริงจัง” รัฐมนตรีคลังของสิงคโปร์ กล่าว
ทั้งนี้ ธนาคารเพื่อการพัฒนาแห่งเอเชีย (เอดีบี) ประเมินว่า การลงทุนโครงสร้างพื้นฐานของอาเซียนตั้งแต่ปี 2559 ถึง 2573 จำเป็นต้องใช้เงินรวมทั้งสิ้น 2.8 ล้านล้านดอลลาร์
นายเฮง กล่าวว่า ชาติสมาชิกอาเซียนจำเป็นต้องเพิ่มโอกาสด้านการลงทุนและโครงการต่างๆที่เป็นรูปธรรม จับต้องได้พร้อมทั้งโปรโมทโครงการต่างๆในรูปแบบของกลุ่มการลงทุน และในอุตสาหกรรมภาคพลังงาน มีโครงการพัฒนาพลังงานที่สามารถนำกลับมาใช้ใหม่ได้ประมาณ 77 โครงการ ถือว่ามีโอกาสการด้านการลงทุนเยอะมาก ขณะที่คาดว่าความต้องการใช้ไฟฟ้าในกลุ่มอาเซียนจะขยายตัวเฉลี่ยปีละ 4% ตั้งแต่ปี 2557-2568





