บริษัทอีเลคโทรลักซ์ของสวีเดน ซึ่งเป็นผู้ผลิตเครื่องใช้ไฟฟ้ารายใหญ่ที่สุดในยุโรป ประกาศว่า บริษัทจะชะลอแผนการลงทุนวงเงิน 250 ล้านดอลลาร์ในสหรัฐ หลังจากที่ปธน.ทรัมป์ประกาศเรียกเก็บภาษีนำเข้าเหล็กและอลูมิเนียม
ดัชนีดาวโจนส์ ปิดตลาดวันศุกร์ (2มี.ค.)ปรับตัวลง จากการที่นักลงทุนมีความวิตกเกี่ยวกับการทำสงครามการค้า หลังประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ประกาศว่า สหรัฐจะเรียกเก็บภาษีนำเข้าเหล็กและอลูมิเนียมในสัปดาห์หน้า
ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ ปรับตัวลง 70.92 จุด ปิดที่ 24,538.06 จุด ดัชนีเอสแอนด์พี 500 ปรับตัวขึ้น 0.5% ปิดที่ 2,691.25 จุด และดัชนีแนสแด็ก ปรับตัวขึ้น 1.1% ปิดตลาดที่
7,257.87 จุด
ทั้งนี้ หุ้นกลุ่มการเงินดิ่งลงนำตลาด ขณะที่หุ้นโบอิ้งร่วงลงมากที่สุดในการซื้อขายช่วงแรก ส่วนหุ้นกลุ่มบริษัทในภาคการผลิตที่ต้องใช้เหล็กและอลูมิเนียม เช่น เจเนอรัล มอเตอร์ และโบอิ้ง ต่างร่วงลงในวันนี้
ปธน.ทรัมป์ทวีตข้อความในวันนี้ ระบุว่า การทำสงครามการค้าเป็นเรื่องที่ดีสำหรับสหรัฐ และเป็นเรื่องง่ายที่จะชนะ
“เมื่อประเทศหนึ่ง (สหรัฐ) ต้องสูญเสียเงินหลายพันล้านดอลลาร์ในการทำการค้ากับแทบทุกประเทศ การทำสงครามการค้าก็ถือว่าเป็นเรื่องที่ดี และชนะได้ง่าย ยกตัวอย่างเช่น เมื่อเราต้องสูญเสียเงิน 1 แสนล้านดอลลาร์กับบางประเทศ เราก็อย่าได้ทำการค้าต่อไปอีก เราก็จะชนะอย่างยิ่งใหญ่ นี่เป็นเรื่องง่ายๆ” ข้อความในทวิตเตอร์ระบุ
ปธน.ทรัมป์ทวีตข้อความดังกล่าว หลังจากที่เมื่อวานนี้ ประกาศว่า สหรัฐจะเรียกเก็บภาษีนำเข้าเหล็กในอัตรา 25% และอลูมิเนียม 10% ในสัปดาห์หน้า โดยมาตรการดังกล่าวมีเป้าหมายที่จะปกป้องภาคอุตสาหกรรมของสหรัฐ
อย่างไรก็ตาม ปธน.ทรัมป์ไม่ได้เปิดเผยรายชื่อประเทศที่จะถูกเรียกเก็บภาษีดังกล่าว และระยะเวลาที่สหรัฐจะดำเนินการเก็บภาษี
ด้านนักวิเคราะห์เตือนว่า การเรียกเก็บภาษีนำเข้าแทนที่จะช่วยปกป้องการจ้างงานในสหรัฐ จะกลับเป็นปัจจัยทำลายการจ้างงานในประเทศ เนื่องจากการเก็บภาษีจะทำให้ราคาสินค้าเพิ่มขึ้น และจะส่งผลกระทบต่อผู้ใช้เหล็กและอลูมิเนียม ซึ่งก็คืออุตสาหกรรมรถยนต์และน้ำมันของสหรัฐ





