ก่อนหน้านี้ กระทรวงพาณิชย์สหรัฐ เสนอให้รัฐบาลใช้มาตรการขึ้นภาษีนำเข้ากับสินค้าประเภทเหล็กและกระดาษอลูมิเนียมฟอยล์ ที่นำเข้าจากประเทศจีน เนื่องจากราคาจำหน่ายที่ต่ำกว่าท้องตลาดกระทบกับการแข่งขันของธุรกิจสหรัฐ
ดัชนีอุตสาหกรมดาวโจนส์ ปิดตลาดวันพฤหัสบดี(1มี.ค.)ตามเวลาท้องถิ่น ปรับตัวลง 420 จุด หลังจากประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ของสหรัฐ ประกาศว่าจะขึ้นภาษีเอดีเหล็ก 25% และผลิตภัณฑ์อลูมิเนียม 10% แม้ยังไม่ชัดเจนว่าเป็นการปรับขึ้นภาษีกับผลิตภัณฑ์นำเข้าทุกประเภทหรือเฉพาะผลิตภัณฑ์เหล็กจากกลุ่มประเทศเฉพาะเจาะจง
ดัชนีอุตสาหกรรมดาวโจนส์ ปรับตัวลง 420.22 จุด ปิดตลาดที่ 24,608.98 จุด ดัชนีเอสแอนด์พี500 ร่วงลง 1.4% ปิดที่ 2,677.67 จุด และดัชนีแนสแด็ก ลบ 1.3% ปิดที่ 7,180.56
การเคลื่อนไหวครั้งนี้ มีขึ้นหลังจากสมาคมอลูมิเนียมสหรัฐ ได้ร้องเรียนต่อกระทรวงพาณิชย์สหรัฐ ว่ามีการนำเข้ากระดาษอลูมิเนียมจากจีนที่ต้นทุนต่ำกว่าเข้ามาขายในสหรัฐ ทำให้ธุรกิจในประเทศไม่สามารถแข่งขันด้านราคาได้ และอาจทำให้ชาวอเมริกันนับพันในอุตสาหกรรมนี้ต้องตกงาน
กระทรวงพาณิชย์สหรัฐ เปิดเผยด้วยว่า บริษัทจีนส่งออกกระดาษอลูมิเนียมเข้ามาขายในสหรัฐ ด้วยราคาที่ถูกกว่าท้องตลาดแบบครึ่งราคา และพบว่าธุรกิจเหล่านี้ได้รับการอุดหนุนจากรัฐบาลจีนราว 17-81% จากมูลค่าสินค้าที่เข้ามาขายในสหรัฐซึ่งเข้าข่ายการทุ่มตลาด
รัฐบาลจีน ถูกคู่ค้าหลายประเทศ ทั้งสหรัฐ และสหภาพยุโรป โจมตีเรื่องการทะลักเข้ามาของสินค้าจำพวกอลูมิเนียมและเหล็ก ในประเทศคู่ค้า ซึ่งกระทบต่อการดำเนินธุรกิจภายในของประเทศเหล่านี้ ล่าสุด ทางกระทรวงพาณิชย์ของจีน ตอบโต้รัฐบาลวอชิงตันว่า กำลังคุกคามผู้ส่งออกจีนอย่างหนักหน่วง และรัฐบาลกรุงปักกิ่งพร้อมจะใช้มาตรการตอบโต้เพื่อประโยชน์ของประเทศ





