ขานรับโอเปกยึดมั่นข้อตกลงปรับลดกำลังการผลิต
สัญญาน้ำมันดิบล่วงหน้าเวสต์เท็กซัส ปิดตลาดวันพฤหัสบดี (1ก.พ.)พุ่งขึ้น 1.7 % จากการที่กลุ่มประเทศผู้ส่งออกน้ำมัน (โอเปก) ยังคงยึดมั่นในข้อตกลงปรับลดกำลังการผลิต แม้มีการเปิดเผยว่าสหรัฐสามารถผลิตน้ำมันมากกว่า 10 ล้านบาร์เรลต่อวันเป็นครั้งแรกนับตั้งแต่ปี 2513
สัญญาน้ำมันดิบเวสต์เท็กซัส ส่งมอบเดือนมี.ค. ซึ่งมีการซื้อขายทางระบบอิเล็กทรอนิกส์ที่ตลาดไนเม็กซ์ เพิ่มขึ้น 1.07 ดอลลาร์ หรือ 1.7% ปิดตลาดที่ราคา 65.80 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ส่วนสัญญาน้ำมันดิบเบรนท์ ปรับตัวขึ้น 76 เซนต์ หรือ 1.1% ปิดตลาดที่ราคา 69.65 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล
ทั้งนี้ ผลสำรวจล่าสุด บ่งชี้ว่า ความร่วมมือของกลุ่มประเทศผู้ผลิตน้ำมันในการปรับลดกำลังการผลิตตามข้อตกลง ได้เพิ่มขึ้นสู่ระดับ 138% ในเดือนม.ค. จากระดับ 137% ในเดือนธ.ค.
สำนักงานสารสนเทศด้านการพลังงานของรัฐบาลสหรัฐ (อีไอเอ) เปิดเผยว่า สหรัฐสามารถผลิตน้ำมันมากกว่า 10 ล้านบาร์เรลต่อวันเป็นครั้งแรกนับตั้งแต่ปี 2513 ส่วนสำนักงานพลังงานสากล (ไออีเอ) ระบุว่า สหรัฐ มีแนวโน้มครองอันดับประเทศที่ผลิตน้ำมันมากที่สุดในโลกในปีนี้ โดยแซงหน้ารัสเซีย ขณะที่สหรัฐสามารถผลิตน้ำมันเทียบเท่ากับซาอุดิอาระเบียแล้ว ปัจจุบัน รัสเซียเป็นประเทศที่ผลิตน้ำมันมากที่สุดในโลก
ด้านโกลด์แมน แซคส์ ออกรายงานล่าสุด ปรับเพิ่มตัวเลขคาดการณ์ราคาน้ำมันในปีนี้ ขณะที่ได้แรงหนุนจากอุปสงค์ที่เพิ่มขึ้น และการที่กลุ่มประเทศผู้ผลิตน้ำมันพากันปรับลดกำลังการผลิต รวมทั้งจากการคาดการณ์ที่ว่าการผลิตน้ำมันที่เพิ่มขึ้นของสหรัฐจะไม่สามารถตอบสนองความต้องการใช้น้ำมันที่เพิ่มขึ้นในระดับโลก
โกลด์แมน แซคส์ปรับเพิ่มตัวเลขคาดการณ์ราคาน้ำมันดิบเบรนท์ สู่ระดับ 75 ดอลลาร์ต่อบาร์เรลในช่วง 3 เดือนข้างหน้า จากระดับ 62 ดอลลาร์ที่คาดการณ์ก่อนหน้านี้
นอกจากนี้ โกลด์แมน แซคส์ ยังปรับเพิ่มตัวเลขคาดการณ์ราคาน้ำมันดิบเบรนท์ สู่ระดับ 82.50 ดอลลาร์ และ 75 ดอลลาร์ในช่วง 6 เดือน และ 12 เดือนข้างหน้าตามลำดับ
ตัวเลขคาดการณ์ราคาน้ำมันของโกลด์แมน แซคส์สูงกว่าเจพีมอร์แกน ที่คาดว่าราคาน้ำมันดิบเบรนท์จะมีราคาเฉลี่ย 70 ดอลลาร์ในปีนี้ โดยจะแตะระดับ 78 ดอลลาร์ในช่วงครึ่งปีแรก ส่วนแบงก์ ออฟ อเมริกา เมอร์ริล ลินช์ คาดการณ์ราคาที่ระดับ 64 ดอลลาร์ในปีนี้





