แท่นขุดเจาะน้ำมันในสหรัฐมีจำนวนลดลงในสัปดาห์ที่แล้ว แม้ราคาน้ำมันพุ่งขึ้นใกล้ระดับสูงสุดนับตั้งแต่กลางปี 2558
สัญญาน้ำมันดิบล่วงหน้าเวสต์เท็กซัส ปิดตลาดวันจันทร์ (8 ม.ค.)ตามเวลาท้องถิ่น ปรับตัวขึ้น ใกล้ระดับสูงสุดในรอบกว่า 2 ปี โดยได้ปัจจัยบวกจากการที่แท่นขุดเจาะน้ำมันของสหรัฐมีจำนวนลดลงในสัปดาห์ที่แล้ว และจากการที่กลุ่มประเทศผู้ส่งออกน้ำมัน (โอเปก) ทำการปรับลดกำลังการผลิต
สัญญาน้ำมันดิบเวสต์เท็กซัส ส่งมอบเดือนก.พ. ซึ่งมีการซื้อขายทางระบบอิเล็กทรอนิกส์ที่ตลาดไนเม็กซ์ เพิ่มขึ้น 29 เซนต์ ปิดที่ราคา 61.73 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล หลังจากดีดตัวแตะ 62.21 ดอลลาร์ในสัปดาห์ที่แล้ว ซึ่งเป็นระดับสูงสุดนับตั้งแต่เดือนพ.ค.2558 ส่วนสัญญาน้ำมันดิบเบรนท์ ปรับตัวขึ้น 17 เซนต์ ปิดที่ราคา 67.79 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล
เบเกอร์ ฮิวจ์ ซึ่งเป็นผู้ให้บริการขุดเจาะน้ำมันของสหรัฐ เปิดเผยว่า แท่นขุดเจาะน้ำมันในสหรัฐที่มีการใช้งาน มีจำนวนลดลง 5 แท่น สู่ระดับ 742 แท่นในสัปดาห์ที่แล้ว ซึ่งเป็นการลดลงเป็นครั้งแรกในรอบ 3 สัปดาห์ แต่ก็ยังสูงกว่าระดับ 529 แท่นในช่วงเดียวกันของปีที่แล้ว
เจ้าหน้าที่อาวุโสรายหนึ่งจากกลุ่มโอเปก ระบุว่า โอเปก กำลังจับตาเหตุการณ์ความไม่สงบในอิหร่าน และวิกฤตเศรษฐกิจในเวเนซุเอลา แต่โอเปกจะเพิ่มกำลังการผลิตน้ำมัน ก็ต่อเมื่อการผลิตน้ำมันจากทั้ง 2 ประเทศดังกล่าวประสบปัญหาชะงักงันอย่างหนัก และอย่างต่อเนื่อง
“แม้อิหร่าน และเวเนซุเอลาประสบปัญหาการผลิตน้ำมัน โอเปกก็จะยังไม่เพิ่มกำลังการผลิต นอกจากว่าการผลิตน้ำมันหายไป 1,000,000 บาร์เรลต่อวันเป็นเวลามากกว่า 1 เดือน จนทำให้ผู้บริโภคขาดแคลนน้ำมัน” เจ้าหน้าที่โอเปกรายดังกล่าว ระบุ
เจ้าหน้าที่โอเปกรายนี้กล่าวว่า ตลาดน้ำมันกำลังใกล้เข้าสู่ภาวะสมดุล แต่ขณะนี้ปริมาณน้ำมันยังคงอยู่สูงกว่าระดับเฉลี่ยในรอบ 5 ปีของโอเปก และยังคงต้องใช้เวลาในการลดปริมาณน้ำมันในตลาด





