วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

ประท้วงอิหร่านหนุนราคาน้ำมันดิบปิดปรับตัวขึ้น

สัญญาน้ำมันดิบล่วงหน้าเวสต์เท็กซัส ยังคงดีดตัวขึ้นอย่างต่อเนื่อง ล่าสุดพุ่งขึ้นเหนือระดับ 61 ดอลลาร์ แตะระดับสูงสุดในรอบ 2 ปีครึ่ง จากปัจจัยความไม่สงบในอิหร่าน ขณะที่กลุ่มผู้ต่อต้านรัฐบาลได้จัดการชุมนุมประท้วงติดต่อกันเป็นวันที่ 6

สัญญาน้ำมันดิบเวสต์เท็กซัส ตลาดสหรัฐ ปิดตลาดวันพุธ(3ม.ค.)ตามเวลาท้องถิ่น ส่งมอบเดือนก.พ. ซึ่งมีการซื้อขายทางระบบอิเล็กทรอนิกส์ที่ตลาดไนเม็กซ์ เพิ่มขึ้น 1.26 ดอลลาร์ หรือ 2.1% ปิดตลาดที่ราคา 61.63 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ซึ่งเป็นระดับสูงสุดนับตั้งแต่เดือนมิ.ย.2558 ส่วนสัญญาน้ำมันดิบเบรนท์ ปรับตัวขึ้น 1.27  ดอลลาร์ หรือ 1.9 % ปิดที่ 67.84 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล

ทั้งนี้ การชุมนุมประท้วงในอิหร่านได้ย่างเข้าสู่วันที่ 6 ขณะที่สื่อรายงานว่า มีผู้เสียชีวิตเพิ่มขึ้นเป็น 25 รายจากเหตุการณ์ชุมนุมประท้วงรัฐบาล ในจำนวนนี้ มีผู้เสียชีวิตเป็นเจ้าหน้าที่กองกำลังความมั่นคงรวมอยู่ด้วย ขณะที่ผู้ประท้วงกว่า 400 รายถูกจับกุมตัวในระหว่างการประท้วง

ชาวอิหร่าน ได้รวมตัวกันชุมนุมในเมืองมัชฮัดในวันพฤหัสบดีที่แล้ว เพื่อประท้วงรัฐบาลซึ่งไม่สามารถแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจ แต่การชุมนุมได้ขยายวงกว้างไปอีกหลายเมืองทั่วประเทศ ท่ามกลางความไม่พอใจของประชาชนต่อการทุจริตของเจ้าหน้าที่, เงินเฟ้อที่พุ่งขึ้น และนโยบายด้านเศรษฐกิจของรัฐบาล

ขณะเดียวกัน ชาวอิหร่านจำนวนหลายพันคนได้เดินขบวนสนับสนุนรัฐบาลในหลายเมืองวันนี้ หลังจากที่กลุ่มต่อต้านรัฐบาลได้จัดการชุมนุมเป็นเวลา 6 วันจนเกิดการปะทะกับตำรวจ และทำให้มีผู้เสียชีวิตจำนวนหนึ่ง

ทั้งนี้ กลุ่มผู้สนับสนุนรัฐบาลดังกล่าว ซึ่งได้รับการจัดตั้งขึ้นจากรัฐบาล ได้ชูธงชาติอิหร่าน และภาพของอยาตอลเลาะห์ อาลี คาเมเนอี ผู้นำสูงสุดของอิหร่าน พร้อมกับกล่าวหาว่าสหรัฐ อิสราเอล และอังกฤษ อยู่เบื้องหลังการยุยงให้เกิดความไม่สงบในประเทศ

อย่างไรก็ดี นายคาร์สเตน ฟริตส์ นักวิเคราะห์จากคอมเมิร์ซ แบงก์ เตือนว่า ตลาดน้ำมันจะเผชิญกับการปรับฐาน เนื่องจากปัจจัยหนุนจากความไม่สงบในอิหร่านจะอ่อนแรงลงในที่สุด นอกจากว่าสถานการณ์จะรุนแรงขึ้นจนส่งผลกระทบต่อการผลิตน้ำมัน หรือสหรัฐประกาศคว่ำบาตรอิหร่านครั้งใหม่

นักวิเคราะห์ระบุว่า ตลาดได้ปรับตัวขึ้นมากเกินไป เนื่องจากสหรัฐจะผลิตน้ำมันเพิ่มขึ้นต่อไป และนักลงทุนยังมีความกังวลกันว่ารัสเซียไม่ได้ปฏิบัติตามสัญญาในการปรับลดกำลังการผลิตตามข้อตกลงที่ได้ทำไว้กับกลุ่มประเทศผู้ส่งออกน้ำมัน (โอเปก)

ทั้งนี้ ข้อมูลล่าสุดแสดงว่า รัสเซียได้ผลิตน้ำมันเฉลี่ย 10.98 ล้านบาร์เรลต่อวันในปีที่แล้ว โดยสูงกว่าระดับ 10.96 ล้านบาร์เรลต่อวันในปี 2559 และ 10.72 ล้านบาร์เรลต่อวันในปี 2558

ด้านนายยุน ชู ชอง ซึ่งเป็นผู้จัดการพอร์ทโฟลิโอของบริษัทแนทิซิส แอสเซท แมเนจเมนท์ คาดการณ์ว่า ราคาน้ำมันจะสามารถพุ่งแตะระดับ 80 ดอลลาร์ในช่วงสิ้นปีนี้

นายยุนระบุว่า ราคาน้ำมันได้แรงหนุนจากการปรับลดกำลังการผลิตของกลุ่มประเทศผู้ผลิตน้ำมัน และแรงผลักดันเพื่อให้ตลาดมีเสถียรภาพก่อนการเสนอขายหุ้นต่อสาธารณชนเป็นครั้งแรก (ไอพีโอ) ของบริษัทซาอุดิ อารามโค

“ปีนี้จะเป็นปีการกลับมาของสินค้าโภคภัณฑ์ โดยเฉพาะน้ำมัน” เขากล่าว

ราคาน้ำมันดีดตัวเหนือ 60 ดอลลาร์ต่อบาร์เรลในช่วงปีใหม่ โดยได้ปัจจัยบวกจากการปรับลดกำลังการผลิตของกลุ่มโอเปก รวมทั้งจากปัจจัยการชุมนุมประท้วงรัฐบาลในอิหร่าน ซึ่งเป็นผู้ผลิตน้ำมันรายใหญ่

ราคาน้ำมันดิ่งลงจากเหนือระดับ 100 ดอลลาร์ต่อบาร์เรลในเดือนมิ.ย.2557 สู่ระดับ 30 ดอลลาร์ต่อบาร์เรลในเดือนม.ค.2559 โดยได้รับผลกระทบจากอุปสงค์ที่อ่อนแอ ดอลลาร์ที่แข็งค่า และการที่สหรัฐผลิตน้ำมันจากชั้นหินดินดานมากขึ้น