แท่นขุดเจาะน้ำมันในสหรัฐมีจำนวนลดลงในสัปดาห์ที่แล้ว แม้ราคาน้ำมันพุ่งขึ้นใกล้ระดับสูงสุดในรอบ 2 ปี ขณะที่ผู้ขุดเจาะน้ำมันเริ่มวางแผนเพิ่มการใช้จ่ายในการสำรวจน้ำมันในปีหน้า
ขณะผลผลิตน้ำมันดิบของสหรัฐพุ่งขึ้น 73,000 บาร์เรล/วัน สู่ระดับ 9.78 ล้านบาร์เรล/วัน ซึ่งใกล้กับระดับการผลิตน้ำมันของรัสเซีย และซาอุดิอาระเบีย แม้จะมีการปิดท่อส่งน้ำมันทะเลเหนือและคนงานน้ำมันไนจีเรียผละงานประท้วง
สัญญาน้ำมันดิบเวสต์เท็กซัส ส่งมอบเดือนม.ค. ซึ่งมีการซื้อขายทางระบบอิเล็กทรอนิกส์ที่ตลาดไนเม็กซ์ ปรับตัวลง 14เซนต์ ปิดตลาดที่ 57.16 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ส่วนสัญญาน้ำมันดิบเบรนท์ ร่วลง 8 เซนต์ ปิดตลาดที่ราคา 63.15 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล
ทั้งนี้ ตลาดได้รับข่าวการการปิดท่อส่งน้ำมันโฟร์ตี้ส์ในทะเลเหนือ ซึ่งเดิมมีกำหนดส่งน้ำมัน 450,000 บาร์เรล/วันในเดือนนี้ หลังจากที่มีการพบรอยแตกของท่อส่งน้ำมัน
ขณะเดียวกัน คนงานในอุตสาหกรรมน้ำมันในไนจีเรียประกาศผละงานประท้วงในวันนี้ หลังจากไม่ประสบความคืบหน้าในการเจรจากับรัฐบาล
เบเกอร์ ฮิวจ์ ซึ่งเป็นผู้ให้บริการขุดเจาะน้ำมันของสหรัฐ เปิดเผยว่า แท่นขุดเจาะน้ำมันในสหรัฐที่มีการใช้งาน มีจำนวนลดลง 4 แท่น สู่ระดับ 747 แท่นในสัปดาห์ที่แล้ว ซึ่งเป็นการลดลงครั้งแรกในรอบ 6 สัปดาห์ แต่ก็ยังสูงกว่าระดับ 510 แท่นในช่วงเดียวกันของปีที่แล้ว





