สัญญาน้ำมันดิบล่วงหน้าตลาดสหรัฐ ปิดตลาดวันพฤหัสบดี(7ธ.ค.)ตามเวลาท้องถิ่น ปรับตัวขึ้นจากคำสั่งซื้อเก็งกำไร หลังจากดิ่งลงเกือบ 3% เมื่อวันก่อน หลังการเปิดเผยสต็อกน้ำมันเบนซินสหรัฐที่พุ่งขึ้นเกินคาด
สัญญาน้ำมันดิบเวสต์เท็กซัส ส่งมอบเดือนม.ค. ซึ่งมีการซื้อขายทางระบบอิเล็กทรอนิกส์ที่ตลาดไนเม็กซ์ เพิ่มขึ้น 73 เซนต์ หรือ 1.3% ปิดที่ราคา 56.69 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ส่วนสัญญาน้ำมันดิบเบรนท์ ปรับตัวขึ้น 88 เซนต์ หรือ 1.4% ปิดที่ราคา 62.10 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล
สำนักงานสารสนเทศด้านการพลังงานของรัฐบาลสหรัฐ (อีไอเอ) เปิดเผยว่า สต็อกน้ำมันเบนซินพุ่งขึ้นในสัปดาห์ที่แล้ว สวนทางสต็อกน้ำมันดิบที่ลดลง โดยเปิดเผยว่า สต็อกน้ำมันเบนซินพุ่งขึ้น 6.78 ล้านบาร์เรล สูงกว่าที่นักวิเคราะห์คาดว่าจะเพิ่มขึ้นเพียง 1.7 ล้านบาร์เรล ส่วนสต็อกน้ำมันดิบลดลง 5.6 ล้านบาร์เรล
กลุ่มประเทศผู้ส่งออกน้ำมัน (โอเปก) และประเทศนอกกลุ่มโอเปก มีมติขยายเวลาปรับลดกำลังการผลิตน้ำมัน 1.8 ล้านบาร์เรล/วันออกไปจนถึงปลายปีหน้า จากเดิมที่มีกำหนดสิ้นสุดในช่วงไตรมาสแรกของปีหน้า
อย่างไรก็ดี การผลิตน้ำมันในสหรัฐที่เพิ่มขึ้น เป็นปัจจัยกดดันราคาในตลาด
เบเกอร์ ฮิวจ์ ซึ่งเป็นผู้ให้บริการขุดเจาะน้ำมันของสหรัฐ เปิดเผยว่า แท่นขุดเจาะน้ำมันในสหรัฐที่มีการใช้งาน มีจำนวนเพิ่มขึ้น 2 แท่น สู่ระดับ 749 แท่นในสัปดาห์ที่แล้ว ซึ่งเป็นระดับสูงสุดนับตั้งแต่เดือนก.ย. และสูงกว่าระดับ 477 แท่นในช่วงเดียวกันของปีที่แล้ว
การผลิตน้ำมันของสหรัฐพุ่งขึ้นแตะระดับ 9.68 ล้านบาร์เรลต่อวัน ซึ่งเป็นระดับสูงสุดนับตั้งแต่กลางปี 2559 และใกล้กับระดับการผลิตของรัสเซีย และซาอุดิอาระเบีย





