ดัชนีดาวโจนส์ปิดตลาดวันอังคาร (5ธ.ค.)ตามเวลาท้องถิ่น ปรับตัวลง จากความวิตกของนักลงทุนเกี่ยวกับปัจจัยการเมืองในสหรัฐแม้ว่าตลาดยังคงได้แรงหนุนจากความคืบหน้าในการผ่านร่างกฎหมายปฏิรูปภาษีในวุฒิสภาสหรัฐ
ดัชนีอุตสาหกรรมดาวโจนส์ ปรับตัวลง 0.45% ปิดที่ 24,180.64 จุด ดัชนีเอสแอนด์พี 500 ร่วงลง 0.37% ปิดที่ 2,629.57 จุด และดัชนีแนสแด็ก ลบ 0.19% ปิดที่ 6,762.21 จุด
ทั้งนี้ หุ้นกลุ่มเทคโนโลยีพุ่งขึ้นสวนทางตลาด ขณะที่หุ้นแมคโดนัลด์ทะยานขึ้นมากที่สุดในการซื้อขายช่วงแรก
เมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา วุฒิสภาสหรัฐมีมติรับรองร่างกฎหมายปฏิรูปภาษีด้วยคะแนนเสียง 51-49 โดยวุฒิสมาชิกพรรครีพับลิกันทุกคนยกเว้นนายบ็อบ คอร์กเกอร์ ต่างลงคะแนนเสียงรับรองร่างกฎหมายฉบับนี้ ขณะที่วุฒิสมาชิกจากพรรคเดโมแครตทุกคนลงคะแนนเสียงไม่รับรองร่างกฎหมายดังกล่าว
หลังจากนี้ สภาคองเกรสสหรัฐจะต้องรวมร่างกฎหมายที่ผ่านความเห็นชอบของวุฒิสภาและสภาผู้แทนราษฎรเป็นร่างเดียวกัน และให้การอนุมัติ ก่อนที่จะส่งต่อไปให้ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ลงนามเป็นกฎหมายต่อไป
ความแตกต่างสำคัญระหว่างร่างกฎหมายปฏิรูปภาษีในฉบับของวุฒิสภาและสภาผู้แทนราษฎรคือ ร่างกฎหมายของสภาผู้แทนราษฎรจะกำหนดให้การปรับลดภาษีมีผลบังคับใช้ทันทีในปีหน้า ในขณะที่ร่างของวุฒิสภาจะชะลอการปรับลดภาษีจนกว่าจะถึงปี 2562
นักลงทุนยังคงจับตาปัจจัยการเมืองสหรัฐ หลังจากที่สื่อรายงานว่า นายไมเคิล ฟลินน์ อดีตที่ปรึกษาความมั่นคงแห่งชาติของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ เตรียมให้การซัดทอดนายทรัมป์ว่า เป็นผู้สั่งการให้เขาทำการติดต่อกับเจ้าหน้าที่รัสเซียในช่วงที่มีการเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐในปีที่แล้ว
นายฟลินน์ ยอมรับด้วยว่า ให้การเท็จต่อสำนักงานสอบสวนกลางสหรัฐ (เอฟบีไอ) เกี่ยวกับการสนทนาของเขากับนายเซอร์เก คิซยัค เอกอัครราชทูตรัสเซียประจำสหรัฐ
นอกจากนี้ ตลาดยังจับตานายโดนัลด์ ทรัมป์ จูเนียร์ บุตรชายคนโตของปธน.ทรัมป์ ซึ่งจะเข้าให้การต่อคณะกรรมาธิการข่าวกรองประจำสภาผู้แทนราษฎร กรณีที่ปธน.ทรัมป์อาจพัวพันกับการที่รัสเซียเข้าแทรกแซงการเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐ





